มาเปลี่ยนบรรยากาศ Online Learning กัน!

😣 ไม่อยากออกจากบ้าน แต่ก็เบื่อบรรยากาศอ่านหนังสือในห้องตัวเอง?

เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันเถอะ❗️

NEXKY มี 4 เว็บไซต์เปลี่ยนบรรยากาศการอ่านหนังสือของเพื่อน ๆ มาให้ลอง

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคนอ่านหนังสือเป็นเพื่อน หรือมีเพลงคลอเบา ๆ 

☕️ คิดถึงการไปคาเฟ่ ฟังเพลงเบา ๆ อ่านหนังสือ? ลอง >> https://imissmycafe.com

มีทั้งเสียงเครื่องชงกาแฟ เสียงพูดคุยเบา ๆ และเสียงเพลงเพราะ ๆ ! 

เพื่อน ๆ สามารถปรับเสียงตามใจชอบได้เลย! ไปทำกาแฟมาดื่ม แล้วนั่งอ่านหนังสือแบบไร้กังวลโควิดกัน  

🥂 หรือ อยากลองอ่านหนังสือในบาร์แบบชิล ๆ 

ใครที่ชอบบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ก็ยังสนุกเบา ๆ ตามสไตล์บาร์ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นบรรยากาศนี้ได้ ด้วย >> http://imissmybar.com

⭐️ ใครอยากอ่านหนังสือสอบกับดาราคนโปรด? >> https://lifeat.io  ก็มีมาให้ลองเหมือนกัน!

ตั้งแต่ นักร้อง Kpop ถึง ดารา Hollywood! 

ถ้ากลัวตัวเองจะจ้องดารา จนเสียสมาธิ ไม่ต้องห่วง! 

Lifeat.io มีวิดีโอบรรยากาศทะเลชิล ๆ วิวประเทศต่าง ๆ พร้อมเสียงธรรมชาติเบา ๆ มาเปลี่ยนฟีลด้วย แถม! เว็บนี้มี 🍅 ‘Pomodoro Timer’ มาให้ใช้ด้วย สุด ๆ ไปเลย!

* ไม่รู้จัก 🍅 Pomodoro Timer? ตาม NEXKY มาเลย >> https://cunex.page.link/PHih

🌴 ไม่ใช่สิ่งหาอยู่? มาลอง Mix & Match เสียงบรรยากาศเองกันไหม?! ลอง >> https://www.noisli.com

เว็บไซต์นี้ให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาเสียงต่าง ๆ มาผสมกัน ทั้งเสียงฝนโปรยปราย เสียงลมแผ่ว ๆ และเสียงนกน้อยคล้อยบิน!

.

จบแล้ว! 

NEXKY ขอให้เพื่อน ๆ อ่านหนังสือได้ตามที่ต้องการ 

💗 อย่าลืมใจดีกับตัวเอง และดื่มน้ำมาก ๆ ด้วยนะ

วิธีรับมือกับภาวะ Toxic Productivity

ยังพักไม่ได้ ต้องอ่านอีก ไม่งั้นจะรู้สึกผิด

โห คนนั้นเก่งจัง เมื่อวานอ่านหนังสือจนถึงตี 4 วันนี้ยังทำกิจกรรมตั้งหลายอย่าง ไม่ได้ยอมพักเลย

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงจะเคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวกันบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเราอยู่ในยุคที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชมยกย่องคนที่ขยันอ่านหนังสือโต้รุ่งไม่ยอมพัก ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับงานหรือการเรียน แต่กลับกัน คนที่เลือกจะแบ่งชีวิตการทำงานการเรียนและชีวิตส่วนตัวออกจากกัน มักถูกมองว่า ไม่ทุ่มเทให้กับชีวิตเอาเสียเลย นานวันเข้าพฤติกรรมเหล่านี้ก็เริ่มทำให้คนตกอยู่ในสภาวะ Toxic Productivity มักคิดว่าตัวเองต้องทำงานหนักกว่านี้ มักรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ไม่มีคุณค่า และไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตหากหยุดพักหรือมีเวลาว่าง ไม่สามารถหาสิ่งอื่นทำต่อไปได้

🧐 ไหนว่ากันว่า “ถ้าอยากสำเร็จต้องขยัน” แล้วการขยันมันไม่ดียังไง? แล้ว Toxic Productivity คืออะไร?

Toxic Productivity ต่างจากคำที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Workaholism คำว่า Toxic Productivity นี้หมายถึงความต้องการที่จะทำงานตลอดเวลาจนเสียสุขภาพ เพื่อให้ตัวเองรู้สึก Productive สูงสุด ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ แต่เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคมและเพื่อไม่รู้สึกผิดต่อตนเองจึงต้องผลักดันตัวเองให้ Productive ตลอดเวลา

🔍 เช็คกันหน่อยดีกว่าพฤติกรรมไหนคือ Toxic Productivity

  • รู้สึกผิดต่อการหยุดพัก นั่งเฉย ๆ หรือการทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การทำงาน
  • ผูกคุณค่าตัวเองไว้กับงานที่ทำ โดยไม่คำนึงเลยว่าคุณค่าเรามาจากหลายแง่มุมของชีวิต
  • ละเลยต่อคนรอบตัว รวมไปถึงละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเอง
  • ทุ่มทำงานหนักให้ประสบความสำเร็จในเวลาอันสั้น เพื่อมาทดแทนความรู้สึกด้านลบ เพื่อทำให้รู้สึกว่าตัวเองก็มีคุณค่า
  • จิตใจจดจ่ออยู่กับการทำงาน พยายามหาอะไรทำตลอดเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนที่ขยัน มีคุณค่า
  • มักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนรอบข้างว่าตนต้องทำมากกว่านี้ แค่นี้ยังไม่พอ

✅ วิธีการเอาตัวเองออกจากภาวะ Toxic Productivity

👉 รู้จักตัวเอง

    สังเกตตัวเองว่าเรากำลังมีปัญหาและเสี่ยงต่อภาวะนี้หรือไม่ เช่น รู้สึกผิดเมื่อตัวเองว่างในวันหยุด ตัดสินคุณค่าตัวเองจากการที่ทำ โฟกัสแต่สิ่งที่ยังไม่ได้ทำจนมองข้ามงานที่เราเคยทำสำเร็จไปแล้ว

👉หยุดตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะหาอะไรทำต่อดี

    เมื่อทำงานสำเร็จแล้ว ควรเปลี่ยนมาตั้งคำถามแทนว่า “จะทำไรเพื่อพักผ่อน ให้รางวัลตัวเองดีนะ” หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำอาจจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง ออกไปข้างนอก หรือนอนพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายบ้าง

👉ตระหนักว่าบางครั้งการทุ่มเทมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี

ผลลัพธ์ที่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เราต้องทุ่มเททั้งชีวิต หามรุ่งหามคำ่จนส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ ผลลัพธ์ที่ดีนั้นเกิดจากการบริหารเวลาที่ดี การมีความระเอียดรอบคอบ การวางแผนให้เสร็จลุล่วงตามเวลาต่างหาก

👉รู้จักแยกแยะให้เป็น

    ต้องแยกชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวออกจากกันให้ได้ และที่สำคัญต้องรู้จักรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนให้ได้ ต้องรู้ว่าทำแค่ไหนชีวิตจึงจะมีความสุข

👉เลิกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

    บางครั้งเราอาจจะถูกกดดันจากสังคมให้ทำงานหนักมากขึ้นจากค่านิยมที่เชิดชูการทำงานหนัก จนเราอาจหลงลืมไปว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ หมั่นเตือนสติและตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรามีเป้าหมายอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่เราต้องการทำจริง ๆ หรือเปล่า หรือเป็นเพียงเพราะเราเห็นคนอื่นทำจึงกดดันตัวเองให้ทำตามเฉย ๆ

การที่เราขยันและทุ่มเทให้กับการนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลย แต่เราต้องมี Work-Life Balance ที่ดี พึงรู้ถึงขีดจำกัดความสามารถของตัวเอง อย่าปล่อยให้ค่านิยมของสังคมมามีผลต่อชีวิตของเรา เราไม่จำเป็นต้อง Productive ตลอดเวลา หากเหนื่อยก็พัก เลือกทำสิ่งที่สำคัญและสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการทำจริง ๆ ก็เพียงพอแล้ว NEXKY ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ 💖💪🏻

Upgrade Your Study Experience With NEXKY!

😣 Feeling uncomfortable to go outside? But you’re getting bored of studying in your room? How about we change that❗️

NEXKY has 4 interesting websites that could change your study experience.

Those who want a friend or some soft music playing in the background, these are for you!

☕️ Miss going out to a cafe to study for a nice hot cup of coffee with some background music? Try >> https://imissmycafe.com 

From coffee machine sounds to soft crowd mumbling to cafe music! You can now customise your experience studying at a cafe! Go make yourself a cup of coffee and no more crowded cafes needed.

🥂 Or what about studying at a bar?!

Those who love the chill yet frenzy atmosphere of a bar can also enjoy your own personalised experience with >> http://imissmybar.com

⭐️ Want to study with your favourite celebrities? >> https://lifeat.io  will give you that!

From Kpop stars to Hollywood actors! 

Don’t worry if you think you’ll lose your focus, Lifeat.io has relaxing videos with soft nature sounds for you to choose. Plus! They also have the super useful 🍅 ‘Pomodoro Timer’ feature* !

* Don’t know what 🍅 Pomodoro Timer is? Check out >> https://cunex.page.link/PHih

🌴 Not what you’re looking for? How about you get to mix and match your own sounds?! Try >> https://www.noisli.com

This website will let you mix and match different sounds and background noises, from soft rains to wind and to birds chirping!

.

And that is it!

NEXKY wishes you a great and relaxing study period. 

💗 Be kind to yourself and keep yourself hydrated!

5 ขั้นตอนควรรู้ สำหรับคนอยากฝึกงานที่ Google

🙋‍♀️ ไหนใครกำลังมองหาที่ฝึกงานในองค์กรระดับโลกอย่าง Google ยกมือขึ้น!🙋‍♂️

📚 แน่นอนว่าช่วงนี้เพื่อน ๆ คงอาจจะกำลังวุ่นกับการสอบอยู่แน่ ๆ แต่วันนี้ NEXKY ขอชวนเพื่อน ๆ มาพักหายใจหายคอและขออาสาพาไปรู้จักกับการฝึกงานในบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่าง Google ที่เราหลายคนเคยใฝ่ฝันและบางคนก็อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขาเปิดรับสมัครเด็กฝึกงานด้วยนะ!💗

📌ก่อนอื่นเราขอเกริ่นเกี่ยวกับบริษัท Google ให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันก่อน

Google Inc. หรือบริษัท Google เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา

แน่นอนว่า Google เป็นบริษัทระดับโลกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่คนอยากสมัครเข้าไปทำงานมากมาย ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ดีที่สุดองค์กรหนึ่งในโลก จึงไม่แปลกที่การได้ไปฝึกงานที่ Google จึงเป็นเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน

🌟ใครอยากทราบว่าทำอย่างไรถึงจะได้ไปฝึกงานที่ Google หยิบสมุดปากกามาจดไว้เลย

กับ 5 ขั้นตอนควรรู้ How to เป็นเด็กฝึกงานที่ Google

💥ขั้นตอนที่ 1 เลือกตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเรา

เพื่อน ๆ ของ NEXKY สามารถเข้าไปเลือกดูตำแหน่งที่ตรงกับสายวิชาที่เราเรียนมา และตำแหน่งที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงานของ Google ได้ที่ careers.google.com

ซึ่งตำแหน่งที่เปิดรับก็ค่อนข้างมีความหลากหลายมากทีเดียว ยกตัวอย่าง เช่น

Hardware Engineering: เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท หรือเอกแบบเต็มเวลาในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Business: เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

MBA: ต้องเป็นนักศึกษา MBA (เปิดรับสมัครในเดือนกันยายน และตุลาคม)

💥ขั้นตอนที่ 2 ลงมือทำ CV ให้เจ๋งและนำเสนอตัวเองให้ปัง!

CV นับว่าเป็นอีกกุญแจสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกและดึงดูดให้พวกเขาเลือกเพื่อน ๆ เข้าไปเป็นเด็กฝึกงาน แนะนำว่าควรใส่ข้อมูลที่ทำให้ Google รู้ถึงศักยภาพของคุณในเบื้องต้น ดังนั้นจึงต้องสั่งสมประสบการณ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ CV ของเพื่อน ๆ เตะตาโดนใจ ใครเห็นก็อยากชวนเข้ามาทำงาน

💥ขั้นตอนที่ 3 ได้เวลาส่งสมัคร

ในกรณีที่เพื่อน ๆ อยากส่งใบสมัครออนไลน์ สามารถส่งใบสมัครขอสมัครฝึกงาน พร้อมกับ CV ไปยัง Google ได้ทาง careers.google.com

หรือหากในกรณีที่เพื่อน ๆ ต้องการส่งให้คนในองค์กร หรือคนที่มีเครือข่ายในองค์กร จำเป็นจะต้องมีเครือข่ายใน LinkedIn หรือมีคนรู้จักใน Google เพื่อน ๆ ก็จะสามารถส่งใบสมัครฝึกงานผ่านบุคคลเหล่านั้นได้เลย ว้าว!

💥ขั้นตอนที่ 4 เตรียมตัวให้พร้อมกับการสัมภาษณ์

หากเพื่อน ๆ ผ่านด่านต่าง ๆ ในข้างต้นมาแล้วและได้รับการตอบรับและเชิญให้มาสัมภาษณ์ ก็เตรียมตัวให้ดีเลย เพราะใกล้ความฝันขึ้นมาทุกที NEXKY แนะนำให้หาข้อมูลพื้นฐานของบริษัท และเตรียมตัว ซักซ้อมสำหรับการสัมภาษณ์รวมถึงเตรียมคำถามเพิ่มเติมอื่น ๆ หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็จะทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะ!

💥 ขั้นตอนที่ 5 รอผลการสมัคร

ขั้นตอนนี้คงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก ขอแค่เตรียมใจไว้ก็พอ เพราะหากคุณได้รับคัดเลือกให้ไปฝึกงานที่ Google ก็คงเป็นโอกาสที่ดีซึ่งน้อยคนจะได้สัมผัส

📩ใครที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ NEXKY ขอแนะนำว่าให้ลองยื่นสมัครไปก่อน เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำนะ ไม่ใช่แค่กับการยื่นเป็นเด็กฝึกงานที่ Google แต่กับการฝึกงานที่ไหนก็ตาม ขอแค่เราเตรียมตัวให้ดีและทุ่มเทให้กับสิ่งที่ใฝ่ฝัน เพื่อน ๆ จะต้องทำได้แน่ NEXKY เป็นกำลังใจให้เสมอนะ!💖

BURNOUT SYNDROME เรากำลังอยู่ใน ‘สภาวะหมดไฟ’ หรือเปล่า?

เคยไหม? ไม่อยากทำงานอะไรเลย แถมยังรู้สึกเหนื่อยและเครียดอีก😫 เอ๊ะ! เราเป็นอะไรกันแน่?

NEXKY จะพามาหาคำตอบเอง!🧐

ไม่อยากทำนู่น ไม่อยากทำนี่ ไม่อยากทำอะไรเลยสักอย่าง เริ่มเครียดและนอนไม่หลับ

ทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณของ ‘Burnout Syndrome’!

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘burn-out’ หรือ ‘สภาวะหมดไฟ’

ซึ่งเป็นสภาวะที่เหนื่อยหน่ายจากการทำงานหรือการเรียน ที่ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจของเรารู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา และยังบั่นทอนแรงใจรวมไปถึงประสิทธิภาพการเรียน การทำงานและความคิดสร้างสรรค์ยังลดน้อยลง

🤨 แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังหมดไฟอยู่? 

วันนี้ NEKXY มาพร้อมกับ 3 วิธีให้เพื่อน ๆ ลองเช็คตัวเองตามลิสต์ด้านล่างนี้เลย👇🏻

Sign 1 : ไม่มีแรงจูงใจในการเรียนเลย

มีการบ้านและงานกองอยู่มากมายแต่ไม่อยากทำเลยสักชิ้นอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเราเริ่มหมดไฟ

Sign 2 : ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาเรียน

จิตใจเริ่มฟุ้งซ่านและไม่ค่อยมีสมาธิระหว่างเรียนก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราหมดไฟ

Sign 3 : เครียดและนอนไม่หลับ

สภาวะหมดไฟส่งผลให้เราเครียดและอาจทำให้นิสัยการนอนหลับของเราเปลี่ยนไป เช่น หลับยากหรือเครียดจนนอนไม่ค่อยหลับ

🔥 แต่ถึงแม้เราจะมีสัญญาณดังกล่าวก็ไม่ต้องกังวลไป! NEXKY ยังมีทริค 3 ข้อช่วยแก้สภาวะหมดไฟอีกด้วย!

Trick 1 : เหนื่อยกับการทำงานก็ลองไม่ทำงานดูสิ!

ลองปล่อยให้ใจตัวเองได้พักผ่อนก็สามารถช่วยลดความเครียดได้นะ

Trick 2 : ลองคุยกับคนรอบข้าง

ถ้าหากไม่อยากเก็บความเครียดไว้คนเดียวและต้องการคำปรึกษา ลองมองหาเพื่อนรอบตัวหรือคนรอบข้างสักคนมาพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำและขอกำลังใจก็ช่วยเติมไฟให้ใจของเราได้นะ

Trick 3 : ออกกำลังกาย (วิธีง่าย ๆ แต่ทำยากมาก!)

ฟังดูง่ายแต่การจะลุกไปออกกำลังกายแต่ละทีนั้นยากซะเหลือเกิน! วิธีนี้มีผลวิจัยออกมารองรับว่าการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้เพื่อน ๆ มีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม สุขภาพเเข็งเเรง ยังช่วยลดอาการเหนื่อยหน่าย เติมไฟให้เพื่อน ๆได้ด้วยนะ

NEXKY แนะนำให้เพื่อน ๆ ทำทั้ง 3 ข้อควบคู่กันไปเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามถ้ายังไม่หายก็อาจจะมาจากสุขภาพใจของเรา NEXKY แนะนำให้เพื่อน ๆ ลองปรึกษาศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จาม 9 ที่เพื่อน ๆ คุ้นเคยกันดี🏥

สุดท้ายนี้ สัปดาห์การสอบก็เข้ามาถึงแล้ว🔥 เพื่อน ๆ บางคนอาจจะสอบกันไปแล้วหรือยังเตรียมตัวกับการสอบอยู่ NEXKY ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่หมดไฟในการอ่านหนังสือและการเรียนให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ~ NEXKY จะคอยอยู่ข้างเพื่อน ๆ นิสิตทุกคนในการต่อสู้ครั้งนี้เอง 💪🏻

อ้างอิง

https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=2270 https://www.verywellmind.com/stress-and-burnout-symptoms-and-causes-3144516

4 วิธีจดโน้ตแบบปัง ๆ !

📝 ใกล้ช่วงสอบกลางภาคแล้วทุกคน ! วันนี้ NEXKY มีเทคนิคจดโน้ตมากถึง 4 วิธี มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองกัน

เอ๊ะ ๆ งงล่ะซิ ก็แค่จดโน้ต มันทำได้หลายวิธีเลยเหรอ⁉️

ถ้าอยากรู้ ก็ตามมาเลย

เพื่อน ๆ ลองเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับแต่ละวิชาดูนะ

1.Cornell Method

สำหรับวิธีนี้ เพื่อน ๆ จะต้องแบ่งหน้ากระดาษออกเป็น 3 ส่วน 

  1. ส่วนขวาที่ใหญ่ที่สุด เอาไว้จดโน้ตทั่วไป
  2. ส่วนซ้าย ไว้จดข้อคิด คีย์เวิร์ดสำคัญ
  3. ส่วนล่าง ไว้สรุปเนื้อหา

2.Boxing Method

เขียนชื่อท็อปปิคไว้บนสุด แบ่งเขียนหัวข้อย่อย และเนื้อหาตามกล่องต่าง ๆ

3.Flow Method

ปล่อยความคิดให้ Free เขียนให้ Flow ตามชื่อเลยเพื่อน ๆ

เริ่มจากหัวข้อ และเขียนต่อไปเรื่อย ๆ ลองใช้ลูกศร ขีดเส้นใต้ หรือวงกลมคำสำคัญ

ข้อมูลไหนเกี่ยวข้องกันก็โยงไปหากัน!

4.Charting Method

ลองเขียนข้อมูลย่อย แยกตามตามหัวข้อต่าง ๆ เพื่อหาความเหมือนหรือความแตกต่าง เหมาะสำหรับการหาข้อเชื่อมโยงระหว่างข้อมูล

.

ลองวิธีพวกนี้ เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมสำหรับวิชาต่าง ๆ ของทุกคน 

💗ท้ายสุด NEXKY ขอให้ทุกคนมีพลังอ่านหนังสือ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น NEXKY รู้ว่าทุกคนทำเต็มที่แล้ว เก่งมากเลย! อย่าลืม! ใจดีกับตัวเองด้วยนะ พักผ่อน ๆ 

อ้างอิง

https://www.utc.edu/enrollment-management-and-student-affairs/center-for-academic-support-and-advisement/tips-for-academic-success/note-taking

4 Effective Note-Taking Methods To Try!

📝 The midterms are closing in ! Today, NEXKY has 4 Note-Taking Methods for you guys to try.

Wait up! 4 Note-Taking METHODS⁉️

Follow NEXKY to find them now!

Adjust these to your subjects and likings.

1.Cornell Method

For this method, simply divide your page into 3 sections. 

  1. Right: The biggest section for your typical notes.
  2. Left: To note down keywords and main ideas.
  3. Bottom: For summary.

2. Boxing Method

With the main topic up top, divide each sub-topics into separate boxes.

3.Flow Method

Let your mind free. Go with the flow. Just do it!

Start with a topic name and continue writing. Use arrows, lines or circles to connect relevant information!

4.Charting Method

Try writing down information according to different topics to find similarities and differences. Perfect for looking for interconnections! 

.

Try these methods to find the method suitable for each of your subjects. 

💗 Lastly, NEXKY wishes everyone the strength to keep going. No matter what happens, NEXKY knows you did your best! And remember to be kind to yourself because… you know you should!

References:

https://www.utc.edu/enrollment-management-and-student-affairs/center-for-academic-support-and-advisement/tips-for-academic-success/note-taking

NEXKY ชวนมารู้จัก 4 คลื่นสมองสุดปัง!

~ พักก่อน NEXKY อยากให้เพื่อน ๆ พักผ่อน ~

อ่านหนังสือเครียด ๆ กันอยู่หรือเปล่านะ แอบมาพักสักหน่อย ค่อยอ่านต่อก็ได้ ~ เพราะวันนี้ NEXKY จะมาแนะนำ 4 คลื่นสมองสุดปัง ที่จะเป็นตัวช่วยสำหรับการเรียนรู้!

โดยปกติแล้วคลื่นสมองของมนุษย์สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ โดยใช้เกณฑ์ที่ต่างกันออกไป แต่วันนี้ NEXKY จะมาพูดถึงคลื่นสมอง 4 รูปแบบหลัก ๆ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะเกิดขึ้นแตกต่างกันตามกิจวัตรที่เราทำ

รูปแบบแรก : คลื่นเดลต้า (Delta wave 1 – 3 Hz) เป็นคลื่นสมองที่ช้าที่สุด แต่บอกเลยว่า ช้าแต่ปัง เล็กพริกขี้หนูของจริง เพราะคลื่นนี้จะเกิดขึ้นขณะที่เรากำลังนอนหลับ เป็นช่วงที่ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ฝันด้วยนะ พอเราตื่นจะรู้สึกสดชื่นสุด ๆ ไปเลย

รูปแบบที่ 2 : คลื่นธีต้า (Theta wave 4 – 8 Hz) คลื่นสมองสุดเจ๋งที่จะช่วยทำให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีความผ่อนคลายระดับลึก ช่วงที่เรากำลังมีสมาธิ หรือช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น ซึ่งทำให้เราสามารถดึงข้อมูลจากจิตใต้สำนึกได้ และสามารถเรียกความทรงจำระยะยาวได้ดีอีกด้วย

รูปแบบที่ 3 : คลื่นอัลฟ่า (Alpha wave 9 – 13 Hz) มาถึงคลื่นสมองรูปแบบที่ 3 แต่ยืนหนึ่ง เลิศสุด เพราะเจ้าตัวนี้จะเป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นเมื่อเราพักผ่อนและมีความสงบ แต่ยังอยู่ในสภาวะที่รู้ตัวอยู่ แต่ แต่ แต่ สภาวะนี้แหละ จะเป็น “สภาวะที่สมองสามารถรับข้อมูลได้ดีที่สุด” สามารถเรียนรู้ได้ปัง จำอะไรก็เข้าหัว!

รูปแบบสุดท้าย : คลื่นเบต้า (Beta wave 14 – 30 Hz) เป็นคลื่นสมองที่มีความถี่สูงสุด และจะเกิดเมื่ออยู่ในภาวะที่รู้ตัวและภาวะการทำงาน เช่น การพูดคุย การทำงาน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

รู้แบบนี้แล้ว เพื่อน ๆ อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ ตอนอ่านหนังสือก็อย่าหักโหมนะ NEXKY เป็นห่วง

✨Get to know “Two-Factor Authentication”✨

ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างเป็นออนไลน์แบบนี้ ทั้งเรียนออนไลน์ ทำงานออนไลน์ คุยกับเพื่อนก็ต้องคุยออนไลน์ ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญ🔐 วันนี้ NEXKY มีตัวช่วยดี ๆ ในการยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานแอปฯ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคน นั่นก็คือการใช้ “Two-Factor Authentication” นั่นเอง❗️ ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว มาทำความรู้จัก Two-Factor Authentication ไปด้วยกันกับ NEXKY ได้เลย✨

Two-Factor Authentication คืออะไร?

Two-Factor Authentication หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “2FA” เป็นการลงชื่อเข้าใช้เพื่อยืนยันตัวตนขั้นที่ 2 หลังจากกรอกรหัสผ่านปกติบนแอคเคาท์ต่าง ๆ ของเรา ซึ่งจะใช้การยืนยันด้วยรหัสผ่านอีกชุดที่จะมีอายุการใช้งานที่จำกัด โดยถ้าหากไม่มีรหัสผ่านชุดนี้ก็จะไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้ ต่อให้จะรู้รหัสผ่านปกติก็ไม่มีทางเข้าได้ หมดปัญหาการโดนแฮ็กอย่างแน่นอน🙅‍♂️

แล้ว Two-Factor Authentication ใช้งานผ่านช่องทางไหนกันล่ะ?

โดยปกติแล้ว 2FA ที่มักจะเป็นที่นิยมก็คือการใช้ SMS Verification📲 ที่รหัสผ่านจะถูกส่งมาทางข้อความของเรา และที่ NEXKY จะมาแนะนำเพื่อน ๆ ในวันนี้ คือการใช้งาน 2FA ผ่านแอปฯ Authenticator เช่น Google Authenticator นั่นเอง

ถ้าอยากเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication ต้องทำยังไงกันนะ?

  1. ติดตั้งแอปฯ Authenticator บนมือถือของเพื่อน ๆ
  2. เข้าแอปฯ ที่เพื่อน ๆ ต้องการเปิดใช้งาน 2FA
  3. เมนูเปิดใช้งาน 2FA ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เมนู settings / privacy / security ของแต่ละแอปฯ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป
  4. กดเข้าไปที่เมนู Two-Factor Authentication ของแอปฯ และเลือกรับรหัสผ่านจากแอปฯ Authenticator
  5. ทำตามขั้นตอนที่ปรากฏต่อไปเรื่อย ๆ และนำรหัสผ่านที่ได้จากแอปฯ Authenticator มาใส่ในแอปฯ ที่เพื่อน ๆ ต้องการเปิดใช้งาน 2FA เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ✅

NEXKY หวังว่าตัวช่วยดี ๆ อย่าง Two-Factor Authentication ที่ NEXKY เอามาแชร์กับเพื่อน ๆ จะช่วยยกระดับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของเพื่อน ๆ ได้ สำหรับวันนี้ NEXKY ขอลาไปก่อน อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะ NEXKY เป็นห่วง❤️

Learning styles การเรียนมีหลายสไตล์

    สวัสดีเพื่อน ๆ ที่น่ารักของ NEXKY ทุกคน💖 อีกพริบตาเดียว พวกเราก็จะเข้าสู่เทศกาล Midterm กันแล้ว สภาพ! ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากเลย😰แต่เพื่อน ๆ อย่ากังวลไป เพราะเพื่อน ๆ มี NEXKY คนนี้ทั้งคน😊 วันนี้ NEXKY มีควิซมาให้ทำเพื่อนทำกันด้วย แต่ NEXKY ขอไม่เล่น ขอคนจริงจัง ปล่อยใจสนุก ๆ ไปกับควิซ ‘การค้นหา Learning Styles’ พร้อม ๆ กันได้เลย

NEXKY ขอกระซิบว่าหาที่จดคำตอบไว้ด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลย!

1.เมื่อเพื่อน ๆ เตรียมตัวสอบ มักจะทำอะไรกันนะ

A. อ่านหัวข้อ หัวเรื่อง แผนผังต่าง ๆ เพื่อทบทวน

B. นั่งถามตอบกับเพื่อน

C. เขียนสรุปหรือ mind map

2.เวลาเพื่อน ๆ ฟังดนตรี มักจะ…

A. เคลิบเคลิ้มไปตามเสียงเพลง

B. ฟังเพลงและฮัมเพลงตามไปด้วย

C. ขยับแข้ง ขยับขาโยกตัวไปตามเสียงดนตรี

3.เมื่อเพื่อน ๆ มีปัญหา เพื่อน ๆ มีวิธีการแก้แบบไหนกันนะ

A. ลิสต์ขั้นตอนออกมา แล้วค่อยๆดูว่าทำหรือยัง

B. โทรหรือทักถามเพื่อน หรือกูรูเรื่องนั้น ๆ

C. วางแผนแก้ปัญหาและจินตนาการขั้นตอน

4.หนังสือประเภทที่เพื่อน ๆ ชอบอ่านคือแนวไหนกันนะ

A. การเดินทาง การท่องเที่ยว มีภาพวิวสวย ๆ ให้ได้ดู

B. หนังสือนวนิยายเล่มหนา ๆ มีบทสนทนาบรรยายจินตภาพ

C. หนังสือประเภท Q&A ถาม-ตอบ ทายใจ ทายปัญหา

5.เมื่อเพื่อน ๆ ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อน ๆ จะ…

A. ดูหนังเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

B. ฟังกูรูเรื่องคอมอธิบาย

C. นั่งถอดชิ้นส่วน ดูการทำงานแบบของจริง

6.ถ้าเพื่อน ๆ ไปพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่เพื่อน ๆ จะทำเป็นอย่างแรกคือ…

A. มองรอบ ๆ เพือหาแผนผัง

B. สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่

C. เดินชมสิ่งที่น่าสนใจ และค่อยหาข้อมูลภายหลัง

7.ร้านอาหารที่ถ้าเพื่อน ๆ จะไม่เข้าคือ…

A. ร้านที่มีแสงสว่างจ้า

B. ร้านที่เปิดเพลงดังมาก ๆ

C. ร้านที่เก้าอี้นั่งไม่สบาย

8.ห้องเรียนที่เพื่อน ๆ ชอบเข้าคือ…

A. ห้องศิลปะ ติสท์ตัวแม่

B. ห้องดนตรี จรรโลงใจ

C. ห้องพละ ออกกำลังกายปลดปล่อยพลัง

9.เพื่อน ๆ ชอบทำอะไรเวลามีความสุข

A. ยิ้มแฉ่ง

B. พูดดัง ๆ

C. กระโดดโลดเต้น

10.สมมุติว่าเพื่อน ๆ ไปงานเลี้ยง สิ่งที่เพื่อน ๆ จำได้ในวันต่อมาคือ…

A. หน้าของคนในงาน

B. ชื่อของคนในงาน แต่จำหน้าไม่ได้

C. สิ่งที่เพื่อน ๆ พูดในงาน

11.เมื่อเห็นคำว่า ‘หมา’ เพื่อน ๆ จะทำอะไรเป็นอย่างแรกนึกถึง

A. ลูกหมา

B. พูดในคำว่า ‘หมา’ ในใจ

C. นึกถึงภาพหมาวิ่งเล่นอยู่กับคุณ

12.เวลาที่เพื่อน ๆ จะเล่าเรื่อง มักจะ…

A. เขียนออกมา

B. พูด เม้ามอยให้เพื่อนฟัง

C. ออกท่าทางในการเล่าเรื่องเพื่อเพิ่มอรรถรส

13.อะไรที่รบกวนเพื่อน ๆ มากที่สุด

A. ภาพคนมากมายหรือความวุ่นวายรอบตัว

B. เสียงดังอึกทึก

C. ความรู้สึกไม่ค่อยสบาย ความกังวล เช่นความหิว ความเจ็บปวด

14.เวลาเพื่อน ๆ โกรธ มักจะ…

A. หน้าบึ้ง หน้างอ

B. ตะโกน ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาเลย

C. กระทืบเท้า กระแทกประตู

15.ถ้าเพื่อน ๆ ไม่แน่ใจว่าคำ ๆ นั้นสะกดยังไง เพื่อน ๆ จะ….

A. เขียนคำนั้นบนกระดาษ

B. อ่านออกมาหรือสะกดดัง ๆ

C. เขียนคำที่รู้สึกว่าถูกต้อง

16.เวลาเพื่อน ๆ เข้าแถวหรือรอคิวยาว ๆ มักจะ….

A. มองดูสิ่งรอบตัว

B. คุยกับคนที่อยู่ข้าง ๆ

C. เดินไปเดินมา ขยับร่างกายอยู่บริเวณนั้น

เย่ จบครบทุกข้อแล้ว คราวนี้ถึงเวลามาดูผลลัพธ์กันแล้ว!

ถ้าเพื่อน ๆ ได้

คำตอบข้อ A มากที่สุด เพื่อน ๆ คือ Visual learners

คำตอบข้อ B มากที่สุด เพื่อน ๆ คือ Auditory learners

คำตอบข้อ C มากที่สุด เพื่อน ๆ คือ Tactile learners

คำตอบข้อทุกข้อพอ ๆ กัน เพื่อน ๆ คือ ผู้เรียนรู้แบบผสม

ถ้าเพื่อน ๆ เป็น Visual learners จะเหมาะกับการเรียนเน้นภาพจำ ถ้าได้เรียนออนไซต์และได้นั่งข้างหน้า เห็นภาพชัด ๆ จะปังมาก วิธีที่เหมาะแก่การเรียนรู้ของเพื่อน ๆ คือการจดสรุป ทำโน้ตพร้อมกับภาพวาดและปากกาหลากสี หรือถ้ามีสื่อวิดิโอดูไปด้วยก็จะยิ่งเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ชอบการเรียนรู้จากการสาธิตที่มีขั้นตอนชัดเจน และจะมีสมาธิมาก ๆ หากได้นั่งโฟกัสเงียบ ๆ กับตัวเอง

ถ้าเพื่อน ๆ เป็น Auditory learners จะเหมาะกับการเรียนรู้ผ่านเสียง การพูดคุยสนทนาแลกความคิดเห็น การพรีเซ็นต์งานหน้าชั้นเรียน การอ่านหนังสือแบบออกเสียงดัง ๆ หรือการนำคำที่ต้องการจำมาแต่งเป็นเพลง นอกจากนั้นการนั่งติวกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็เป็นอีกแนวทางที่จะทำให้เพื่อน ๆ กลายเป็นว่าที่ท็อปเซคฯได้เลยทีเดียวเชียว

    ถ้าเพื่อน ๆ เป็น Tactile learners จะเหมาะกับการเปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ ในเวลาเรียน หรืออาจจะเปลี่ยนสถานที่ในการเรียนเพื่อแก้เบื่อ ก็จะช่วยให้สมองแล่น เรียนรู้เข้าใจได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถ้ามีขนมไว้คอยเคี้ยวไปพลาง อ่านหนังสือไปพลางก็เป็นอีกหนึ่ง combination ที่เพื่อน ๆ ห้ามพลาด แต่ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านแบบนี้การเปลี่ยนสถานที่เรียนข้างต้นอาจะทำได้ยาก การตกแต่งห้อง แต่งโต๊ะ จุดเทียนหอมประโคมห้องก็จะช่วยเพื่อน ๆ ได้มากเลยทีเดียว และที่ขาดไม่ได้เลยคือการเปิดเพลงคลอเบา ๆ ในตอนเรียนเพื่อเพิ่มบรรยากาศมากขึ้น

และถ้าเพื่อน ๆ เป็นผู้เรียนรู้แบบผสมก็จะสามารถประยุกต์ทั้งสามแนวทางให้เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของตัวเองได้เลย

    🤩ว้าว เพื่อน ๆ ก็คงพอรู้คร่าว ๆ ว่าตัวเองมีสไตล์การเรียนแบบไหน NEXKY ก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะสามารถเอาผลลัพธ์ของควิซในวันนี้ ไปปรับใช้ให้ผ่าน Midterm กันไปได้อย่างมีความสุข NEXKY ขอยิงหัวใจบลูทูธผ่านหน้าจอไปหาเพื่อน ๆ ทุกคนเลย 💖💖💖NEXKY หัวใจเพื่อน ๆ นะ สำหรับวันนี้คงต้องแยกย้ายกันไปเตรียมตัวสอบแล้ว สู้ ๆ นะเพื่อน ๆ✌️

ที่มา : https://www.thungsong.ac.th/sdqweb/learningstyles/learning_styles.pdf