Camera Roll Filters 📸 คุมโทนแบบสวยจึ้ง ไม่พึ่งแอปฯ

วิธีแต่งสีรูปด้วย Camera Roll นั้นก็ง่ายแสนง่าย ✨ เพียงเพื่อน ๆ กด “แก้ไข/Edit” ที่มุมขวาบนของรูปที่เลือก จากนั้นก็จะพบกับหน้าที่พร้อมให้เราปรับสีแล้ว พร้อมเลื่อนวงกลมแสดงค่าต่าง ๆ ที่เราสามารถปรับได้ เมื่อพอใจแล้วก็กด “เสร็จ/Done” เท่านี้เอง ✔️


ข้อดีของการปรับสีรูปด้วย Camera Roll

  • ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เพียงเลื่อน ๆ แปปเดียวก็เสร็จแล้ว
  • ไม่ต้องโหลดแอปฯ ประหยัดเน็ต ประหยัดเมม ประหยัดเวลา
  • คุณภาพไฟล์คมชัดเหมือนถ่ายมาก็เป็นสีนี้เลย เพราะไม่ผ่านการ export มาจากแอปฯ นั่นเอง

หลังจากพอเข้าใจวิธีการปรับสีรูปและข้อดีของน้องไปบ้างแล้ว ถึงเวลาที่ NEXKY จะมาแชร์สูตรลับปรับสีรูปให้ทุก ๆ คนได้เอาไปใช้! สามารถเซฟไว้ใช้ได้เลยน้า~

ขั้นตอนการ Redeem Theme K PLUS

NEXKY ขอขอบคุณบุคลากรจุฬาฯ ทุกท่านที่มาร่วมตอบแบบสอบถามเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา CU NEX STAFF ด้วยนะ 😍 และวันนี้ตามที่ NEXKY บอกเอาไว้ว่า ‘ผู้ที่ทำแบบสอบถาม รับ Theme สุดเลิศจาก K PLUS’ ไปเลย (NEXKY แอบกระซิบว่า สวยทั้ง 3 ลายเลย เลือกไม่ถูกแน่ ๆ 😂) ขั้นตอนการรับจะเป็นยังไง ไปติดตามได้เลย ~~~


วิธีการรับ CODE ใน APP CU NEX STAFF

*กรณีที่ท่านไม่ได้ให้รหัสพนักงานไว้ในแบบสอบถาม ทางทีมงานจะส่ง SMS ไปให้ท่านในเบอร์ที่ท่านแจ้งไว้

**กรณีที่ท่านได้ให้รหัสพนักงานไว้ แต่ไม่ได้ code ในคูปองของฉัน กรุณาเข้าฟังก์ชัน”สิทธิพิเศษ” เพื่อเปิดการใช้งานฟังก์ชันก่อน และทางทีมงานจะจัดส่ง Code ให้ท่านใหม่อีกครั้ง ภายในวันที่ 18 มิถุนายน

วิธีการรับ Redeem CODE ใน APP K PLUS

หมายเหตุ : บุคลากรทุกท่านสามารถ Redeem Code ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เท่านั้น

หากพบปัญหาการใช้งานหรือการ Redeem code ติดต่อ Facebook: CU NEX


ไม่ยุ่งยาก สุดแสนจะง่ายดายเลยใช่ไหมล่ะ ? เลือกเสร็จแล้ว ลายไหนโดนใจ เนี่ยแหละใช่เลย อย่าลืมเอามาอวด NEXKY ได้ที่ทวิตเตอร์หรือเฟสบุ๊กพร้อมติดแท็ก CU NEX ก็ได้นะ 🤩

UX/UI challenge มาเก่ง design กับ UX/UI challenge กัน

เพื่อน ๆ รู้หรือไม่? ⭐️สกิล UX/UI (User Interface / User experience) เป็นทักษะที่บริษัทให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ เพราะถือเป็นหน้าตาและยังเป็น product ให้กับบริษัทได้อีกด้วย ดังนั้นใครยังไม่มีสกิลนี้ NEXKY แนะนำให้ฝึกด่วน ๆ โดยวันนี้ NEXKY จะขอเสนอเว็บไซต์ที่ช่วยให้เพื่อน ๆ เก่ง UX/UI ได้ไม่ยาก👍 ซึ่งมีทั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้งานได้หลากหลาย และยังมี challenge ให้ได้ท้าทายตัวเองอีกด้วย จะมีเว็บไซต์ไหนกันบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย✨

  1. Behance : เป็นเว็บไซต์สำหรับเก็บ portfolio ออนไลน์📁 โดยเจ้าของก็คือ Adobe นั่นเอง ในเว็บไซต์นี้จะมี Daily creative challenge ให้กับผู้เริ่มต้นด้าน UI/UX ด้วย🥇 สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นด้านนี้ Nexky แนะนำเว็บนี้เลย! เพราะ Daily creative challenge จะมีโจทย์ที่เว็บไซต์กำหนดให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วม Community ที่จะมีผู้คนหลากหลายมา comment งานของเราด้วย 💬

2. Sharpen : เป็นเว็บไซต์ที่จะลงโจทย์เป็นประจำทุกวัน📝 ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถนำไปออกแบบ และหลังจากทำเสร็จก็สามารถโพสต์งานลง Dribbble, Behance, Facebook เพื่อรอรับคอมเม้นจากผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บงานใน Portfolio เพื่อใช้ในการสมัครงานได้ด้วย 📨

3. Designercize : เว็บไซต์นี้มี Concept เดียวกันกับเว็บไซต์ Sharpen โดยจะมีโจทย์ให้เพื่อน ๆ เลือกตั้งแต่ระดับ Easy, Medium, Hard ซึ่งจะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ฝึกฝีมือผ่านการติชมจากผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง💭

4. Daily UI : เว็บไซต์นี้จะส่งโจทย์การออกแบบ UI รายวันให้กับเพื่อน ๆ ทางอีเมล์ เช่น วันนี้จะให้ออกแบบหน้า Payment สำหรับการชำระเงินบนเว็บไซต์ โดยข้อดีของเว็บนี้ก็คือจะให้เพื่อน ๆ ออกแบบเป็น Flow แทนที่จะออกแบบแค่หน้าเดียว 🔀

😊เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเว็บสำหรับทำ UX/UI ที่ NEXKY เลือกมาให้ เชื่อว่าต้องถูกใจเพื่อน ๆ หลายคนแน่นอน ใครที่สนใจก็ลองไปฝึกใช้งานกันให้คล่อง ๆ นะ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้งานจากสกิลนี้ก็ได้! และในครั้งหน้าจะเป็นเว็บไซต์ไหนที่ NEXKY จะมานำเสนออีก ก็รอติดตามกันได้เลย📌

อ้างอิง

ไขข้อสงสัย Pride Month คืออะไร?

🌈 ซ้ายก็สีรุ้ง ขวาก็สีรุ้ง ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็เจอแต่สีรุ้ง เดือนมิถุนายนนี้ ทุก ๆ ที่จะมีแต่สีรุ้ง ก็เพราะว่า เดือนนี้คือ PRIDE MONTH🏳️‍🌈 ยังไงล่ะ! เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Pride Month คืออะไร? มีที่มาจากอะไร? ทำไมถึงมีสีรุ้งเต็มไปหมด? มาทำความรู้จัก Pride Month ไปพร้อม NEXKY กันเถอะ


Pride Month คือ เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ+ มีกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ ปี เพื่อเฉลิมฉลองในความภาคภูมิใจ โดยแต่ละภูมิภาค ก็จะมีงานฉลองที่แตกต่างกันไป เช่น ในนิวยอร์ก มี NYC Pride ซึ่งจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ งานแฟร์ประจำปี Pridefest งานวิ่งการกุศล Pride Run ปาร์ตี้ Matinee และการเดินขบวนพาเหรดของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ NYC Pride March

ซึ่งเดิมที LGBTQ+ Pride เป็นการแสดงความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ในปัจจุบัน LGBTQ+ Pride ไม่ได้เป็นเรื่องทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเฉลิมฉลองถึงความเท่าเทียมจากการต่อสู้ที่ยาวนานอีกด้วย นอกจากนี้ Pride ยังเป็นพื้นที่ในการพบปะ เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวของเหล่า LGBTQ+ อีกเช่นเดียวกัน

ที่มาของความภาคภูมิใจ และความสนุกเช่นนี้ มีที่มาจากความยากลำบาก การถูกกดขี่ และการถูกกีดกัน โดยในช่วงทศวรรษที่ 1960 นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 ได้มีการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ประชาชนแต่งตัวผิดกับเพศสภาพ ทำให้ LGBTQ+ หรือ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศถูกกดดันจากสังคมอย่างหนัก 

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ (Stonewall Riots) ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 มิถุนายน 1969 เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 คน ได้เข้าไปตรวจค้น และจับกุมผู้ที่แต่งกายไม่ตรงกับเพศกำเนิด ซึ่งมีการกระทบกระทั่งกันด้วยความรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ LGBTQ+

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแรกของกลุ่ม LGBTQ+ แต่ต้องย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1920 ที่ Henry Gerber เริ่มตีพิมพ์จดหมายข่าว ‘Friendship and Freedom’ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารที่เกิดขึ้นในสังคมคนรักร่วมเพศ (Homosexuality) แต่เนื่องด้วยการเคลื่อนไหวของ Gerber นั้น มักจะถูกตำรวจจับกุม และทำลายเอกสารต่าง ๆ ทำให้เขาไม่ได้ถูกพูดถึงเท่าที่ควร

ในเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์นั้นแตกต่างออกไป เพราะ สื่อได้รายงานภาพของความรุนแรงที่เกิดขึ้นออกไปสู่สังคม ทำให้เพิ่มแรงกดดันในสังคม จนนำมาสู่การเรียกร้องความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชนขึ้น ภายหลังในปีถัดมาจึงเกิดการเดินขบวนของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในสหรัฐฯ ขึ้น 🇺🇸 ท้ายที่สุด เดือนมิถุนายนจึงกลายเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง และรณรงค์ถึงสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเรื่อยมา

สีรุ้ง เป็นสีสันแห่งความหลากหลาย ทำให้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งธงสีรุ้ง 🏳️‍🌈 ออกแบบโดย Gilbert Baker และถูกนำมาใช้ครั้งแรกในวันที่ 25 มิถุนายน 1978 ในวัน Gay Pride ที่ซานฟรานซิสโก โดยในคราวนั้น ธงที่นำมาใช้ประกอบไปด้วย 8 สี ที่ให้ความหมายแตกต่างกันไป ได้แก่

💖สีชมพูเข้ม = เรื่องเพศ (Sexuality)

❤️สีแดง = ชีวิต(Life)

🧡สีส้ม = การเยียวยา(Healing)

💛สีเหลือง = แสงอาทิตย์(The Sun)

💚สีเขียว = ธรรมชาติ(Nature)

💙สีน้ำเงิน = ศิลปะ(Art) สีคราม = ความผสมผสาน(Serenity)

💜สีม่วง = จิตวิญญาณของคนกลุ่มรักร่วมเพศ(Spirit)

แต่เนื่องจากผ้าสีชมพูเข้มนั้นหายาก อีกทั้งสีน้ำเงิน และสีคราม ถูกนำมาผสมกัน ต่อมาธงจึงลดเหลือเพียง 6 สี ซึ่งคล้ายคลึงกับธงในรูปแบบปัจจุบัน นอกจากธงสีรุ้งแล้ว ในปัจจุบันก็มีธงอีกหลายรูปแบบที่ถูกใช้มาเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอีกเช่นเดียวกัน 

👨‍👩‍👦‍👦 ผู้คน แบรนด์ และองค์กร ต่างมีความเคลื่อนไหวในช่วง Pride Month เพื่อเป็นกระบอกเสียง 📣 สนับสนุนความเท่าเทียมของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ มีการสนับสนุนมากมายหลายวิธี เช่น ผู้คนเปลี่ยนกรอบรูปประจำตัวเป็นกรอบสายรุ้ง  มีร้านค้ามากมายที่พร้อมใจกันชูธงสีรุ้ง แบรนด์ต่าง ๆ ออก Pride Collection และนำกำไรที่ได้ไปสนับสนุนองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 

ปลายทางของ Pride Month ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตตามปกติ และได้รับความเท่าเทียม เฉกเช่นเดียวกับทุกคนในสังคม 


สำหรับเดือน Pride Month นี้ CU NEX ขอร่วมสนับสนุนถึงความเท่าเทียมและเสมอภาคของทุกคนที่มีความหลากหลายทางเพศด้วยเช่นกัน 🥰 

NEXKY

ปิดเทอมทำอะไรดี❓ ฉบับหนีโควิด 2021 💬 #SummerStayHome

ปิดเทอมแบบนี้ มีเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมากโข 🕑 ว่าแต่ว่าง ๆ แบบนี้ ทำอะไรดีนะ? ใครที่กำลังนึก ๆ ว่าปิดเทอมยุคโควิดแบบนี้จะทำอะไรดี ไปเที่ยวก็ไม่ได้ ไปหาเพื่อนบ่อยก็ไม่ได้อีก 😭 NEXKY มีไอเดียดี ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนปิดเทอมนี้ให้เป็นเวลาที่สุดปัง 🔆 จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน มาดูกันน


เรียนคอร์สออนไลน์ตามความสนใจ 🖥

NEXKY คิดว่าช่วงปิดเทอมเป็นโอกาสที่ดีที่เพื่อน ๆ จะลองเรียนคอร์สต่าง ๆ ตามความสนใจนอกเหนือจากวิชาเรียน เช่น เรียนภาษาเพิ่ม ฟิตอังกฤษ 🔠 ฝึกภาษาที่สาม เรียนคอร์สน่าสนใจต่าง ๆ เว็บสำหรับเรียนออนไลน์มีมากมาย NEXKY ขอแนะนำเว็บดีดี เรียนฟรีสำหรับนิสิตจุฬาฯ ดังนี้~

ChulaMooc 🖍

คอร์สเรียนออนไลน์จากจุฬาฯ ของเรานี่เอง หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักหรือเคยเรียนกันมาบ้างแล้ว โดย ChulaMooc มีคอร์สที่เปิดสำหรับบุคคลทั่วไปและเฉพาะนิสิตบุคคลากรจุฬาฯ NEXKY ขอแอบกระซิบว่า คอร์สดี ๆ น่าสนใจเยอะแยะเลย โดยเฉพาะคอร์สสำหรับนิสิตและบุคคลากร 👥 เช่น การสื่อสารทางธุรกิจ ที่สอนเทคนิคเกี่ยวกับการโน้มน้าวใจ เพิ่ม Soft Skill ที่ไม่ว่าเรียนสายไหนก็จำเป็น 

การเข้าเรียนก็ง่ายแสนง่าย วิธีหนึ่งที่ช่วยให้เพื่อน ๆ สะดวกสบายคือเข้าผ่านฟีเจอร์ “CU Links” ในแอปฯ CU NEX บนมือถือของทุกคน 📱เพียงไม่กี่แท็บก็เข้าถึงคอร์สเรียนปัง ๆ ได้แล้ว เย้~

Coursera 🖌

เว็บรวมคอร์สออนไลน์ระดับ World Class รวมคอร์สหลากหลายสาขาวิชาจากมหาลัยสุดปังรอบมุมโลกมารวมไว้ในเว็บเดียว เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนฟรีได้ เมื่อเรียนครบในระยะเวลาที่กำหนดก็จะได้ Certificate สวย ๆ การันตีความปังไว้ในพอร์ตของเราด้วยนะ 

ความพิเศษที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้ หากเรา Log in เว็บ Coursera ด้วยอีเมลจุฬาฯ และรหัส CUNET (อันเดียวกับเจ้า Reg Chula เลย~) เราจะสามารถเข้าถึงคอร์สจำนวนมากกว่า Log in ด้วยอีเมลของบุคคลทั่วไป ทางจุฬาฯ ปลดล็อกคอร์สปัง ๆ ที่เสียตังค์ให้นิสิตอย่างเราได้เรียนกันแบบฟรีฟรี! 🆓 ไปกันเลยที่ https://www.coursera.org


ดูแลตัวเอง เปลี่ยนสไตล์ใหม่ต้อนรับปิดเทอม 👩‍🦱

สิ้นฤดูสอบ ได้เวลาปรับเวลานอนไทม์โซนเมกาให้กลับมาตรงไทม์โซนไทย 🌐 มีเวลาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น หรือลองทำเมนูเฮลทิ ฝึกสกิลทำอาหารและให้รางวัลตัวเอง 👯‍♀️ ดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี หรือลองอะไรใหม่ ๆ เช่น เปลี่ยนทรงผม ลองใส่เสื้อผ้าสไตล์ใหม่ (แม้ใส่อยู่บ้านแต่ก็เพิ่มความมั่นใจยังไงล่ะ!) 🧥 เวลาที่เพิ่มขึ้นมา เอาไปให้เวลากับตัวเองมากขึ้น เพื่อดูแลตัวเองทั้ง physically และ mentally 🤍


อัพสกิลใหม่ 🆙

เรียนคอร์สออนไลน์ ลองเข้าเวิร์คช็อป ก็นับเป็นการเพิ่มสกิลใหม่ แต่สำหรับใครที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากทำอะไร อยากฝึกอะไร ช่วงปิดเทอมแบบนี้ไงเวลาทอง! ✨ ไอเดียสกิลต่าง ๆ เช่น ฝึกเล่นกีต้าร์ ร้องเพลง เต้น (cover หรือ TikTok) ฝึกเล่นรูบิค เพ้นท์รูป วาดรูป (ในไอแพด) เผื่อต่อยอดสกิลเหล่านี้ไปได้อีกด้วยนะ 👏


สร้างแรงบันดาลใจ 🌻

เนื่องจากเจ้าโควิดตัวร้าย อาจทำให้เราไม่ได้ออกไปเที่ยวสร้างแรงบันดาลใจ แต่สิ่งดี ๆ ก็สามารถหาได้ ด้วยหนังดี ๆ 🎬 หนังสือโดน ๆ 📚 หรือการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในคอมมูนิตี้ต่าง ๆ หรืออาจจะเริ่มง่าย ๆ ด้วยการจัดบ้านจัดห้อง 📦 เผื่อได้กลับไปท่องเที่ยวในโลกความทรงจำของเราที่ถูกกลบด้วยความวุ่นวายของการเรียนการสอบ อาจจะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น


ไม่ต้องทำอะไรเลย 😹

เพราะว่าการพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญสุด ๆ ! การหาอะไรทำมากมาย ถ้าเหนื่อยไปเราพักผ่อนบ้างก็ไม่ผิดหรอก 😾 แม้ชีวิตช่วงนี้ทุกคนจะดูเร่งรีบ หากเราหยุดอ่านหนังสือ หยุดเรียนรู้ คงตามคนอื่นไม่ทัน แต่ว่า ๆๆ คนเราไม่ใช่เครื่องจักร ถ้ามันเหนื่อยนักก็พักได้ ไม่ต้องรู้สึกผิดนะ 💗 NEXKY เป็นกำลังใจให้ทุกคนเติบโตอย่างสบายใจและแข็งแรง ฮึบ ๆ


2021-08-10T00:00:00

  days

  hours  minutes  seconds

until

New Academic Year

เหลือเวลาอีกตั้งเท่านี้กว่าทุกคนจะเปิดเทอม! NEXKY ขอให้ทุกคนมีความสุขกับปิดเทอมครั้งนี้นะ~

📚IELTS, TOEFL, TOEIC สอบอะไรดี NEXKY มีคำตอบ!

🧐ถ้าพูดถึงเรื่องการสอบวัดระดับทางภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ คงไม่มีใครไม่รู้จัก IELTS, TOEFL, TOEIC แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าการทดสอบทั้ง 3 นี้ ถึงจะเป็นการสอบวัดระดับทางภาษาเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดการวัดผลที่แตกต่างกัน วันนี้ NEXKY จึงมาไขข้อข้องใจว่าแต่ละตัวคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง


IELTS 

ย่อมาจาก International English Language Testing System โดยเป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งเจ้า IELTS ก็มีหลายระดับให้เพื่อน ๆ เลือกสอบ ทั้งแบบ general, academic, UKVI โดยส่วนมากจะนิยมสอบแบบ academic เพื่อนำผลสอบไปสมัครเรียนต่อนั่นเอง🎓 โดยจะสอบ 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน และเพื่อน ๆ สามรถเลือกสอบกับคอมพิวเตอร์หรือสอบแบบกระดาษก็ได้! (แต่ในส่วนของทักษะการพูดต้องสอบแบบ face to face เท่านั้นนะ) โดย IELTS จะใช้ยื่นมหาวิทยาลัยใน UK, New Zealand🇳🇿, Canada🇨🇦, Australia🇦🇺 เป็นหลัก ซึ่งจะมีคะแนนรวมอยู่ที่ Band 9 โดยคะแนนสอบสามารถเก็บไว้ได้ 2 ปี 

💰ค่าสมัครสอบ : 6,900 บาท

TOEFL 

ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language เป็นแบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า โทเฟิล หรือ โทเฟล 🙌 โดยการทดสอบจะครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะคือฟัง พูด อ่าน และเขียน แต่ละส่วนจะมีคะแนนให้ 30 คะแนนรวมทั้งหมดเป็น 120 คะแนน ซึ่ง TOEFL ใช้สำหรับศึกษาต่อในอเมริกาโดยเฉพาะ🇺🇸

💰ค่าสมัครสอบ : ประมาณ 6000 บาท

TOEIC 

ย่อมาจาก Test of English for International Communication ใช้ในการสมัครงานเป็นหลัก📨 โดยจะทดสอบหลักๆแค่ 2 ทักษะ คือ การฟัง และการอ่าน ข้อสอบจะเป็นแบบปรนัย แบ่งเป็นการฟัง 100 ข้อ 495 คะแนน และการอ่าน 100 ข้อ 495 คะแนน รวมจำนวนข้อสอบทั้งสิ้น 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 คะแนน😯 แต่ปัจจุบันนี้แบ่งเป็น TOEIC Listening and Reading Test (การฟังและการอ่าน) และ TOEIC Speaking and Writing Tests (การพูดและการฟัง) สำหรับเพื่อน ๆ ปี 4 ที่เพิ่งเรียนจบ แล้วกำลังหางานอยู่ NEXKY แนะนำให้สอบ TOEIC เลย! โดยคะแนนที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการก็จะอยู่ที่ 550 – 700 คะแนน ซึ่งคะแนนสามารถเก็บได้ถึง 2 ปี นับจากวันที่สอบ ดังนั้น ถึงแม้เพื่อน ๆ จะยังไม่มีแพลนใช้คะแนน ก็สามารถไปสอบเก็บคะแนนไว้ใช้ในอนาคตได้นะ👍

💰ค่าสมัครสอบ : 1,800 บาท


ถึงแม้ชื่อจะคล้าย ๆ กัน แต่ความต่างของเจ้าข้อสอบ 3 ตัวนี้คือ IELTS กับ TOEFL มักใช้สอบเพื่อการศึกษา🎓 โดย IELTS เป็นของอังกฤษ🇬🇧 และ TOEFL เป็นของอเมริกา🇺🇸 ส่วนข้อสอบ TOEIC ใช้เพื่อการสมัครงานนั่นเอง

🌟NEXKY หวังว่าเนื้อหาในวันนี้จะช่วยคลายความสงสัยของเพื่อน ๆ ได้! สุดท้ายนี้ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะทำอะไร ทั้งด้านการเรียนหรือกิจกรรม NEXKY ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย!

แหล่งที่มา:

ชวนฟัง “Podcast” 7 วัน 7 แนว #SummerStayHome 🏠

เดินทางเข้าสู่ช่วงปลายหน้าร้อน เข้าสู่หน้าฝน และช่วงปิดเทอมอย่างเป็นทางการ 🥰 หลาย ๆ คนสอบเสร็จกันแล้ว แต่ถ้าใครยังเหลือวิชาไหนอยู่ สู้สู้! ✊ อีกนิดเดียวเท่านั้น กิจกรรมยามปิดเทอมที่ต้อง Stay Home กันแบบนี้ก็เซ็งน่าดู หนัง ซีรีส์ก็ดูไปจนหมดลิสต์แล้ว โดดร่มจนเซ็ง เฮ้อ.. ลองเปลี่ยนมาฟังกันดีไหม? 👂เพราะ NEXKY มี “พอดแคสต์” สุดปังมาแนะนำถึง 7 รายการด้วยกัน เลือกฟังได้ทั้งสัปดาห์ไม่มีซ้ำ! 


พอดแคสต์คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจล่ะ❓

พอดแคสต์คือรายการในรูปแบบเสียง อารมณ์เหมือน Radio-on-demand 📻 ที่เราสามารถฟังที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ กดหยุด หรือเร่งความเร็วได้ตามใจเราเลย แถมมีหลากหลายแนวให้เลือกฟัง ที่สำคัญผู้คนนิยมฟังพอดแคสต์ไป ทำอย่างอื่นไป เช่น จัดห้องไปฟังพอดแคสต์ไป 🛋 เปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดา ๆ ของเราให้ไม่ธรรมดา พอดแคสต์ถือว่าเป็นสื่อใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ 


NEXKY’S PICK PODCAST 🎙

🔡 รายการที่ 1 English at work

โดย The Standard podcast

Genre: Educational

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: รายการแบบสนทนา หยิบยกเรื่อง หรือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในที่ทำงานมาพูดคุยกัน ดำเนินรายการด้วยภาษาอังกฤษด้วย ภาษาไทยด้วย สำเนียงฟังง่าย ฟังเพลิน ๆ แต่ประโยชน์นำมาปรับใช้ได้จริง!


🤍 รายการที่ 2 R U OK

โดย The Standard podcast

Genre: Lifestyle & Health

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: รายการแบบสนทนา อารมณ์ฟังเค้าคุยกัน ว่าด้วยเรื่องสุขภาพจิต มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อเลย ได้ความรู้ และอาจช่วยปลดล็อกปัญหาในใจของเรา


🧩 รายการที่ 3 Bitkub podcast

โดย The Standard podcast

Genre: Business

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: แบ่งเป็นรายการที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ โดยมุมมองของคุณท็อป จิรายุส และรายการวิเคราะห์ตลาดคริปโตฯ รายการธุรกิจให้ฟีลเสียงที่อัดไว้จากรายการอะไรสักอย่าง ไม่ได้ฟังลื่นขนาดนั้น แต่เนื้อหาสาระดีมาก!


⛓ รายการที่ 4 Why is it BAD?

โดย Echo podcast

Genre: Society & Culture

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: รายการนี้หยิบยกเรื่องที่ถูกสังคมมองว่า “ไม่ดี” มาตีแผ่ว่ามันไม่ดีอย่างไร ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฟังดูจริงจัง แต่ว่าสนุกมาก ลูกเล่นเยอะตามสไตล์ของ Echo เค้าล่ะ


🔭 รายการที่ 5 Sci & Tech

โดย Thai PBS podcast

Genre: Science & Technology

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: รายการเชิงสัมภาษณ์ พาไปคุยประเด็นวิทยาศาสตร์ที่น่าจับตามองกับผู้เชี่ยญชาญ อาจฟังยากนิดเพราะคุณภาพเสียง (เดาว่าโฟนอิน) แต่เนื้อหาดีมาก ๆ ให้ฟีลเหมือนเราสงสัย และได้ไปคุยกับผู้รู้เองโดยตรง


📊 รายการที่ 6 Start it up 

โดย Chula Tech Startup

Genre: Business

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: รายการพอดแคสต์โดยนิสิตจุฬาฯ ว่าด้วยเรื่องการทำธุรกิจ “Start Up” มาตอบปัญหาที่หลาย ๆ คนสงสัย พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวการทำธุรกิจประเภทนี้ ผ่านหลาย ๆ มุมมองและประสบการณ์ตรงจากแขกรับเชิญ


🎾 รายการที่ 7 Mainstand

โดย Mainstand podcast

Genre: Sports

ฟังรู้เรื่อง: 🌟🌟🌟🌟

NEXKY’s comment 💬: หยิบประเด็นน่าสนใจในโลกกีฬามาย่อยให้เข้าใจง่าย มาในคอนเซ็ปต์ เรื่องราวกีฬาที่มากกว่าผลการแข่งขัน เล่าสนุกมาก มีทั้งวงการกีฬาสากล ไทย และบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในโลกกีฬา


และนี่ก็คือ 7 พอดแคสต์ที่ NEXKY หยิบยกมานำเสนอให้ทุกคนได้ลองฟัง สามารถฟังได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Apple Podcast, Youtube 📱สะดวกที่ไหนก็ค้นหาได้ที่ช่องทางนั้นเล้ย~ เพื่อน ๆ กำลังฟังรายการไหน หรืออันไหนโดนใจต้องฟัง หยิบยกมาแชร์กันได้นะ!

เพิ่มไฟในการเรียนด้วย Study Channel

😆สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน! ช่วงนี้ใครปิดเทอมกันแล้วบ้าง วันนี้ NEXKY มีช่อง YouTube น่าสนใจมานำเสนอ✨ ใครที่อยู่บ้านเบื่อ ๆ แล้วอยากหาอะไรเรียนเพิ่ม แต่ทำยังไงก็ไม่มีไฟ วันนี้ NEXKY มีตัวช่วยมานำเสนอ นั่นก็คือ “ Study Channel📖 ” นั่นเอง! 


  1. Yellowpeach.M 🍑

เป็นช่องสไตล์ญี่ปุ่นน่ารักสดใส เพราะพี่มิ้วหรือเจ้าของช่องของเรานั้นเรียนคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง🇯🇵  ในช่องของพี่มิ้วมีทั้ง vlog study, รีวิวของจากร้านเครื่องเขียน, สไตล์การแต่งตัว และยังมีโฮมคาเฟ่น่ารักๆอีกด้วย เวลาอ่านหนังสือไปดูไปด้วยยิ่งเพลิน ☺️

2. Peanut Butter 🧈

ช่องนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเลยคือ มีความเป็นของตัวเองมาก ๆ เพราะโทนสีที่ใช้ในช่องนี้จะเป็นสีพาสเทลทั้งหมด🎀 เชื่อว่าถูกใจสายหวานอย่างเรา ๆ แน่นอน และต้องแอบกระซิบว่า เจ้าของช่องคือนักป้ายยาที่แท้ทรู พี่นัทป้ายเก่งมาก👀 สำหรับใครที่อยากทำสไลด์ powerpoint สวย ๆ อยากจัดโต๊ะอ่านหนังสือให้ดูมีแรงอ่านต้องช่องนี้เลย✏️

3. laohaiFrung💬

เป็นช่องที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี เพราะเจ้าของช่องก็คือ พี่ฟรัง นรีกุล เกตุประภากร นิสิตจากคณะแพทยศาสตร์👩🏻‍⚕️ หรือที่รู้จักกันในนาม พี่ฟรัง ฮอร์โมน นั่นเอง สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่เรียนอยู่คณะแพทย์ หรืออยู่คณะอื่น แต่สนใจไลฟ์สไตล์ การอ่านหนังสือของคณะนี้ อย่ารอช้า กดติดตามเลย💗

4. 봇노잼 (บอทโนแจม)📚

มาที่ช่องจากต่างประเทศกันบ้าง หลาย ๆ คนอาจจะรู้จัก เพราะช่องนี้เคยเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เนื่องจากเจ้าของช่องเป็นหนุ่มเกาหลีอปป้า งานดีสุด ๆ ชื่อว่า จองชุนจุง ที่ขยันสุด ๆ เคยอ่านมากสุดถึง 7 ชั่วโมงต่อวัน! เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากเติมไฟในการอ่านหนังสือ NEXKY แนะนำช่องนี้เลย👍

5. PetchZ💎

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในการเรียนภาษาจีน🇨🇳 ช่อง PetchZ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว นอกจากพี่เพชร เจ้าของช่อง จะทำ content เกี่ยวกับภาษาแล้ว ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม การเรียนภาษาและความเป็นอยู่💁🏻‍♀️ รวมถึง facts น่าทึ่งเกี่ยวกับประเทศจีน และยังมีการแนะนำทุนเรียนต่ออีกด้วย🎓ใครที่สนใจ NEXKY บอกเลยว่าห้ามพลาด


📌NEXKY ก็หวังว่าช่อง YouTube ที่ได้เอามาฝากจะทำให้เพื่อนๆมีกำลังใจในการเรียนได้นะ! ถ้าเพื่อนๆคนไหนรู้สึกเบื่อ หมดไฟในการเรียน NEXKY แนะนำว่าให้พักผ่อนและหาอะไรทำก่อนจะกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ถ้าใจพร้อม NEXKY มั่นใจว่าเพื่อน ๆ สามารถทำได้แน่นอน🔥

อยู่บ้านนี้ คุณเป็นสายไหน? 🏠 #SummerStayHome

วันนี้ NEXKY ขอมาเช็กเพื่อนๆ หน่อยดีกว่าว่าตอนนี้ที่กักตัวอยู่บ้าน เพื่อน ๆ เป็นยังไงกันบ้าง ได้ยินมาว่า คนนู้นก็ “Work from home เงียบๆ น้ำหนักขึ้นเพียบนะครับ” 😂 ส่วนอีกคนก็ “Work from home ว่าหนัก แต่ Shop from home หนักกว่าค่ะ” แล้วเพื่อนๆ หล่ะ จะเป็นสายซุ่มทำงาน สายกิน สายชอปฯ หรือสายไหนกันเเน่ในช่วงกักตัว มาเริ่มดูกันเลย! 👁👄👁


👍 ไลก์ : “สโลว์ไลก์” เอ้ย! “สโลว์ไลฟ์” 

ขึ้นชื่อว่าสโลว์ไลฟ์ #สายชิวเเน่นอน! ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต๊ะ ต่อน ยอน ค่อยๆ ทำ หรือไม่ก็ค่อยทำไปเลย จะให้ความสนใจกับสิ่งที่ให้ความสุขที่อยู่ตรงหน้าก่อน ถึงเเม้จะมีเด้ดไลน์เข้ามาใกล้ก็ไม่สะเทือนคนสายนี้

Tips: คำแนะนำดี ๆ ที่ NEXKY มีมาฝากเพื่อน ๆ สายสโลว์ไลฟ์ คือ “อย่าลืมจัดตารางสิ่งที่ต้องทำ” ไม่ว่าเราจะชิวแค่ไหน แต่ถ้าออร์แกไนซ์ ทำ To-dos อยู่เสมอก็ไม่ต้องห่วงล่ะ 🗒

❤️ รักเลย : แบบนี้ ไซส์เท่านี้แหละ รักเลย!

เงินในบัญชีไม่ค่อยสามัคคีกับการชอปฯ เลย เห็นของที่ถูกใจเมื่อไหร่ เป็นเอฟทันที การเอฟของก็เหมือนสนามรบ ย่อมมีเเพ้ ย่อมมีชนะ ย่อมเอฟได้ ก็ย่อมเสียตังค์ เรื่องอะไรจะให้คนอื่นแย่งเอฟสิ่งที่เราอยากได้ไปได้! เรียกได้ว่า #สายชอปฯ ตัวโยงเลยก็ว่าได้ 🛍

Tips: สำหรับเพื่อน ๆ สายชอปปิง NEXKY ขอแนะนำว่าตรวจสอบโปรโมชันและราคาสินค้าให้ดี เปรียบเทียบหลาย ๆ ร้านก่อนตัดสินใจซื้อก็เป็นวิธีที่ดีนะ

😆 ฮ่าๆ : ดูเรื่องนี้แล้วบอกได้คำเดียว…  ฮ่าๆๆๆ!

#สายบันเทิง เรื่องนี้ก็ดูแล้ว เรื่องนั้นก็พึ่งจบเมื่อวาน เรื่องนู้นก็เหลืออีกเเค่ตอนเดียว ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ สายนี้จะไม่เคยพลาด! อย่าให้สายนี้ได้แตะซีรีส์เชียวหล่ะ รับรองว่ายันหว่าง อย่าหาว่า NEXKY ไม่เตือนนะ 😿

Tips: สำหรับเพื่อน ๆ สายบันเทิง นอกจากซีรีส์เกาหลี อนิเมะก็สนุกไม่น้อ… เอ๊ย ไม่ใช่! อาการ binge-watch เกิดขึ้นได้ แต่อย่าปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อย 👊 ถ้าร่างกายไม่ไหวก็ต้องพักหน่อยค่อยดูต่อนะ ถ้าทนไม่ไหว ลองวางโน้ตบุ๊คหรือแท็บเล็ตไว้นอกห้องนอนในคืนที่ต้องการการพักผ่อน ใจสู้มาก 555

😲 ว้าว : หุ่นเป๊ะ หน้าปั๊วะ ใครเห็นก็ว้าว

ถ้าเราจะ Work from home ได้ ก็ย่อม Work out from home ได้เช่นกัน สายนี้คือ #สายสวย ถึงแม้จะเป็นสายสวย แต่อยากสวยก็ไม่เคยสายนะ จะคอยดูเเลหุ่นทุกวัน ออกกำลังกายทุกคืน อาหารคลีนไม่ให้ขาด แคลอรี่ไม่ให้เกิน 🥗

Tips: สำหรับสายเฮลตี้ จริง ๆ ดูดีจนไม่มีที่ติ แต่ว่าอย่าหักโหมจนเกินไป เว้นให้ตัวเองมี Cheat day หรือวันที่พักผ่อนกล้ามเนื้อด้วยนะจ๊ะ 💓

😡 โกด : ยิงโหด เหมือนโกดงาน

#สายเกม ปั๊งๆๆ ปิ๊วๆๆ โถ่วเอ้ย! ตายอีกแล้ว ตามคำกล่าวที่ว่า “กระโดดร่มร้อยครั้ง ชนะสักครั้งก็ยังดี” หลังจากจบคุยงานออนไลน์กับเพื่อนเป็นไม่ได้ ต้องชวนเล่นเกมสักตาทุกที แต่ทำไมสักตา จนปวดตาเเล้วเนี่ย เรียกได้ว่า “สักหนึ่งตา ไม่มีอยู่จริง” 😂

Tips: สำหรับสายจริงจังเกมมิ่ง แม้ว่าเกมจะสนุกจนอดเล่นอีกตาไม่ไหว แต่ลองไปทำอย่างอื่นแทน เช่น ดิสคอร์ดคุยสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ 👯👯 หรือดูหนังร่วมกัน NEXKY รู้นะว่าโหยหาการได้อยู่กับเพื่อน (NEXKY ก็คิดถึงเพื่อน ๆ เหมือนกัน) แต่ลองเปลี่ยนกิจกรรมร่วมกัน จะได้ไม่หัวร้อนเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพใจ

😢 เส้า : เส้านี้ไม่ว๊าง ขอทำงานก๊อน

“โควิดอ่ะไม่น่า เเต่เป็นบ้าอ่ะไม่เเน่” งานแรกก็กำลังทำ งานสองก็กำลังมา งานสามก็ใกล้จะส่งไหนจะเตรียมสอบอีก ฝึกงานแบบ WFH อีก งานไหลมาเทมาในช่วงกักตัวขนาดนี้ NEXKY ขอส่งกำลัง “ฮึ๊บ!” ไปให้กับ #สายทำงาน ✏️ 

Tips: สำหรับเพื่อน ๆ สายทำงาน บอกว่าให้มี work-life balance ในวันช่วง WFH แบบนี้ พูดง่ายแต่ทำยากจริง ๆ NEXKY อยากให้ลองวิธีง่าย ๆ อย่างกำหนดเวลาทำงานต่อวัน 🕘 กำหนดเวลาเลิกทำงาน เช่น หลังสี่ทุ่มไม่ทำงานต่อแล้วนะ! วิธีง่าย ๆ แต่ช่วยได้มากเลยล่ะ 


เป็นอย่างไรบ้างกับ 6 สายในช่วงกักตัว 💬 เพื่อนๆ เป็นสายไหนกันบ้าง หรือเพื่อนๆ เป็นสายไหนที่เจ๋งกว่านี้ หรือจ๊าบกว่านี้ ก็สามารถมาร่วมเเชร์กับพวกเราได้ และสุดท้ายนี้ NEXKY ขอส่งกำลังใจให้กับทุกคนในช่วงกักตัวอยู่บ้าน 🧸 และขอให้ทุกคนปลอดภัย #SummerStaySafe

“First Jobber, First Choice” เริ่มงานแรก เลือกยังไงให้ใช่เรา

🌈เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมกันมาได้สักพักแล้ว เพื่อน ๆ หลายคนคงใกล้ปิดเทอมใหญ่กันแล้วใช่ไหมล่ะ❓ NEXKY ชอบช่วงปิดเทอมที่สุดเพราะจะได้มีเวลาพักผ่อนหลังจากที่เรียนอย่างหนักหนามาทั้งเทอม! แต่สำหรับเพื่อน ๆ ปี 4 ช่วงปิดเทอมใหญ่ก็คงจะเป็นช่วงแห่งการหางาน🔍 วันนี้ NEXKY เลยนำข้อดีและข้อเสียของการทำงานในบริษัทระดับใหญ่-เล็กมาเทียบให้ดู เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้กัทุกคนในการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของชีวิตนี้☺️


เริ่มงานแรก เลือกยังไงให้ใช่เรา


เริ่มงานแรกกับบริษัทขนาดใหญ่ 🏢

ข้อดี✨

มีโปรไฟล์ดี : 

ข้อดีข้อแรกของการทำงานในบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือเป็นการเสริมโปรไฟล์ของเราให้ดูน่าเชื่อถือ ดูมีประสบการณ์ 😎 เป็นการปูทางสู่สายงานในอนาคตที่ดี เพราะถ้าเกิดการเปลี่ยนงานเมื่อไหร่ ประวัติการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่เนี่ยแหละ จะทำให้เพื่อน ๆ ดูน่าสนใจและเพิ่มโอกาสในการถูกเลือกเข้าทำงานได้มากยิ่งขึ้น 

เงินเดือนและสวัสดิการได้มาตรฐาน : 

บริษัทขนาดใหญ่นั้นมักจะมีข้อกำหนดในเรื่องของเงินเดือนและการจ่ายโบนัสที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังมีสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อรองรับพนักงานด้วย เช่น สวัสดิการรักษาพยาบาล🏥 ก็เลยเป็นอีกหนึ่งข้อดีในการตัดสินใจทำงานที่บริษัทใหญ่

ได้คอนเนคชั่น :

องค์กรขนาดใหญ่แน่นอนว่าต้องมีพนักงานมากกว่าบริษัทเล็ก ทำให้ได้รู้จักและทำงานกับคนหลากหลาย👥 ดังนั้นเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากสร้างคอนเนคชั่นในการทำงานไว้เยอะ ๆ NEXKY ขอแนะนำบริษัทใหญ่เลย📌 

มีโอกาสก้าวหน้า :

ส่วนใหญ่แล้วองค์กรขนาดใหญ่จะมีกำหนด Career Path (เส้นทางก้าวหน้าในอาชีพ) ที่ชัดเจน🗺 ดังนั้นเพื่อน ๆ ก็จะมีโอกาสได้รับการโปรโมทขึ้นไปยังตำแหน่งสูง ๆ ได้อย่างชัดเจน

มีความมั่นคง :

เนื่องจากบริษัทใหญ่มักจะมีสภาพคล่องมากกว่า⚖️ ต่อให้เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจเลวร้าย บริษัทใหญ่ก็จะสามารถฟื้นตัวเร็วกว่า โอกาสถูกเลิกจ้างเลยมีความเป็นไปได้น้อยกว่าบริษัทเล็ก〽️

ข้อเสีย💢

ไม่ยืดหยุ่น :

เนื่องจากมีกฎระเบียบไว้ชัดเจน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน⚠️ ดังนั้นจะยืดหยุ่นได้น้อยกว่าการทำงานในบริษัทขนาดเล็ก

แข่งขันกันเอง :

ในเมื่อได้โอกาสเลื่อนขั้น ก็ต้องตามมาด้วยการแข่งขัน 📊 ดังนั้นอาจจะทำให้บรรยากาศในการทำงานอาจจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ในหลาย ๆ บริษัทใหญ่  

แบ่งหน้าที่ชัดเจน :

ถ้าได้รับมอบหมายให้ทำงานส่วนไหน ก็จะได้ทำแค่ส่วนนั้น ไม่มีสิทธิ์ในการออกไอเดียในส่วนอื่น สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากมีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอนก็อาจจะไม่เหมาะกับการทำงานในลักษณะนี้ 🤨


🏠เริ่มงานแรกกับบริษัทขนาดเล็ก

ข้อดี✨

หางานง่ายกว่า :  

เพราะบริษัทขนาดเล็กมักจะมีจำนวนของบริษัทที่ต้องการพนักงานเพิ่มเป็นจำนวนมาก หากเรามีความสามารถ ก็สามารถได้รับการพิจารณาให้เข้าทำงานได้ง่าย😋

ได้ทำงานที่หลากหลาย :

เนื่องจากบริษัทขนาดเล็กมีจำนวนพนักงานที่ไม่ได้มาก จึงทำให้เรามีโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ได้ยึดติดอยู่กับเฉพาะงานในหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น♻️ หากเพื่อน ๆ ที่มีแพลนอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง การเลือกทำงานบริษัทเล็กที่เรามีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลายกว่าก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า👏

อบอุ่นเป็นกันเอง :

จำนวนพนักงานที่ไม่มากนักเมื่อต้องเจอและทำงานกันทุกวันจะทำให้สนิทกันง่ายกว่า มีอะไรก็จะช่วยเหลือกันได้ทุกเมื่อ🫂 ไม่เหมือนกับสังคมการทำงานที่พนักงานมักแข่งขันกันเองของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มียศหรือตำแหน่งเข้ามาแบ่งระยะห่างระหว่างผู้ร่วมงาน

มีความยืดหยุ่นสูง :

การทำงานในบริษัทที่มีขนาดเล็กไม่มีกฎเกณฑ์ข้อกำหนดมากนัก การทำงานจะสบายใจกว่าเพราะสามารถยืดหยุ่นได้🤸 หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เจ้าของลงมาดูแลบริหารเองแบบพนักงานเข้าถึงก็จะยิ่งดี เพราะมีปัญหาอะไรก็สามารถเดินเข้าไปปรึกษากับเจ้าของได้โดยตรง

🗣โอกาสในการแสดงความสามารถ : 

ถือว่ามีมากกว่าบริษัทใหญ่ เพราะมีพนักงานจำนวนไม่มาก อีกทั้งเจ้านายก็ไม่ได้มีหลายขั้น การทำงานของเราจึงสามารถเข้าตาเจ้าของธุรกิจได้โดยตรง👀 เราจึงสามารถแสดงความสามารถของตัวเองออกมาได้เต็มที่ โดยที่คนในองค์กรสามารถรับรู้ได้ไม่ยาก🪄

ข้อเสีย💢

ความเสี่ยงในการตกงานสูงกว่า :  

เนื่องจากความมั่นคงของบริษัทขนาดเล็กไม่เท่ากับบริษัทขนาดใหญ่ หากเจ้าของธุรกิจดำเนินกิจการผิดพลาดจนถึงขั้นต้องปิดกิจการ เราก็จะอยู่ในภาวะตกงานในทันที📉

สวัสดิการน้อย :

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก เงินเดือนของพนักงานขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน แต่เรื่องของสวัสดิการส่วนใหญ่บริษัทขนาดเล็กจะมีสวัสดิการให้กับพนักงานไม่เท่ากับบริษัทใหญ่ 🧮 เช่น หากมีสวัสดิการรักษาพยาบาล จำนวนเงินที่เบิกได้อาจไม่เท่ากับบริษัทใหญ่ 

ทุกคนรู้เมื่อทำงานพลาด : 

ในบริษัทขนาดเล็กทุกคนสามารถมองเห็นการทำงานของกันได้หมด เมื่อไรก็ตามที่ผลงานเราไม่เข้าตาทุกคนก็จะเห็นเช่นกัน👁👁 แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรนะ

โอกาสบริษัทล้มละลายสูง : 

หากผู้บริหารดำเนินงานผิดพลาด บริษัทขาดทุน 💸 เราอาจอยู่ในภาวะเสี่ยงตกงานได้มากกว่าบริษัทใหญ่ ที่มีกลุ่มผู้บริหารควบคุมดูแลอย่างเป็นระบบ


เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อน ๆ สำหรับข้อมูล นอกจากข้อดีและข้อเสียที่ NEXKY ยกมาเป็นตัวอย่างแล้ว อย่าลืมว่าโลกแห่งการทำงานของจริงอาจไม่ได้ตรงตามข้อมูลที่ NEXKY ยกมาเป๊ะ ๆ 🧩 ดังนั้น NEXKY จึงอยากให้เพื่อน ๆ เลือกให้ดีก่อนตัดสินใจ💭 เพราะการเป็น first jobber ก็เหมือนกับการออกไปเผชิญโลกความจริงครั้งแรกนั่นเอง! แต่ยังไง NEXKY ก็ขอให้เพื่อน ๆ มีก้าวแรกในการทำงานที่สดใสนะ🌻