เปิดเคล็ดลับ ฉบับ หา“เพื่อนใหม่”👭ต่างคณะ

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์อันแสนสดใส ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ Item รูปหัวใจ ไม่ก็ของน่ารัก ๆ สีชมพูเต็มไปหมด🥰 สมกับเป็นเดือนแห่งความรักสุด ๆ แต่ความรักก็ไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบของการคบกันเป็นแฟนเท่านั้นนะ จะเป็นความรักแบบเพื่อนก็ได้เหมือนกัน วันนี้ NEXKY เลยมาพร้อมกับวิธีการหา “เพื่อน” ต่างคณะ👭 มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน รับรองว่า จะช่วยให้เพื่อน ๆ มีคนไปเที่ยวด้วย ไม่ต้องอยู่อย่างเหงา ๆ อีกต่อไป! 


1. สมัครชมรม📝

     ถ้าอยากมีเพื่อนต่างคณะ “การเข้าชมรม” เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ช่วยหาเพื่อนต่างคณะได้เป็นอย่างดีเลยนะ ไม่ใช่แค่ชมรมของทางคณะ แต่ชมรมของทางมหาวิทยาลัย ก็เป็นแหล่งการมาเจอกันของเด็กต่างคณะเลยแหละ😊 ไม่ว่าจะเป็นชมรมกีฬา ศิลปวัฒนธรรม หรือฝ่ายพัฒน์ สมาชิกในชมรมที่ทำงานร่วมกัน ก็จะสนิทกันมากขึ้น และอาจพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์แบบอื่นก็ได้นะ!

 2. ชวนกันไปเล่นกีฬา🏸

     เพื่อน ๆ คนไหน ที่เป็นสายดูแลสุขภาพ NEXKY แนะนำว่า การชวนกันไป “เล่นกีฬาหลังเลิกเรียน” ก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย✨ ช่วงหลัง 4 โมงเย็น ศูนย์กีฬาจะเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตเลยล่ะ! ไม่ว่าจะตีแบต ว่ายน้ำ ต่อยมวย วิ่งที่สวนร้อยปี หรือชวนกันไปเล่นโยคะ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้ตามสะดวกเลย ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้ง “เพื่อน” แบบนี้ NEXKY บอกเลยว่าไม่ควรพลาด💢

3. เรียนวิชานอกคณะ✍️

     สำหรับบางวิชา จะมีการเรียนวิชารวมกันของหลาย ๆ คณะ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการหาเพื่อนต่างคณะ แต่เพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่มีวิชาเรียนรวม ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะจุฬาฯ มีวิชาที่เรียกว่า “GenEd” นั่นเอง🥳 เพื่อน ๆ หลายคนอาจขี้เกียจเรียน GenEd เพราะไม่ใช่วิชาประจำคณะตัวเอง แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เราต้องได้ “เพื่อน” จากวิชาเหล่านี้กลับมาบ้างแน่นอน

4.ให้เพื่อนช่วย🙋‍♂️

     แน่นอนว่า คนเราไม่ได้มีเพื่อนเพียงแค่คนเดียว และเพื่อนของเราก็ไม่ได้มีเราเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเช่นกัน การให้เพื่อนช่วยเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ💓 (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนที่อยู่ต่างคณะ) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลนะ! ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน เพื่อนที่อยู่คณะเดียวกัน หรือเพื่อนที่สนิทกันห่าง ๆ ถ้าเรามีคนรู้จักร่วมกันแล้ว การจะสนิทกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก NEXKY รู้ NEXKY เคยลองมาแล้ว!

5. ชวนกันไปอ่านหนังสือ📖

             สำหรับสายเรียน ใครที่อยากได้ “เพื่อน” แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาอ่านหนังสือ เพื่อนก็สำคัญ แต่การเรียนก็จะเทไม่ได้🔥 NEXKY แนะนำว่า ชวนกันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเนี่ยแหละง่ายที่สุด! นอกจากจะไม่เสียการเรียนแล้ว ยังได้นั่งอ่านหนังสือด้วยกันอีก ไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้ “เพื่อน” ช่วยสอน อ่านหนังสือจนดึก ก็ชวนกันไปกินข้าวเพิ่มพลัง🍜 เพิ่มความสนิทขึ้นไปอีก ไม่มีวิธีไหนเลิศไปกว่านี้แล้วทุกคน!


🙌เป็นอย่างไรกันบ้างทุกคน NEXKY หวังว่า วิธีที่นำมาฝาก จะเป็นช่วยในการหา “เพื่อน” ให้กับทุกคนได้ และขอให้เพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนมีความสุขในเดือนกุมภาพันธ์นี้นะ💕 ส่วนวิธีที่ NEXKY นำมาฝากนั้น ได้ผลแค่ไหน อย่าลืมเอามาแชร์ให้ NEXKY รู้ด้วยนะ!

“ลอง Check” เราเป็น FOMO หรือ JOMO❓

ในชีวิตประจำวันที่มีเรื่องราวต่าง ๆ มีกระเเสมากมายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทุกคนเคยมีโมเมนต์ เรียน ๆ อยู่ก็จะจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น นั่ง ๆ อยู่ก็อยากรู้ว่าตอนนี้คนนั้นกำลังทำอะไรอยู่น้า 💭หรือ “คนอื่นมี ฉันก็ต้องมี” บ้างไหม? 

คราวนี้ NEXKY จะพาทุกคนมา “ลอง Check” พฤติกรรมซ่อนเร้น ที่ตัวคุณเองก็ไม่อาจรู้ ทุกคนอยู่ในกลุ่มของ FOMO หรือ JOMO กันเเน่ 🤔 แล้วมีพฤติกรรมอย่างไรนะ มาดูกันเลย!


ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ FOMO กันก่อน!

FOMO (Fear of Missing Out) หรือพฤติกรรมที่กลัวว่าเราจะพลาดบางสิ่งบางอย่างไป พูดง่าย ๆ ก็คือ “กลัวตกกระเเส” นั่นเอง 😣 เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพวกเรามากยิ่งขึ้น เพราะเราเริ่มเสพสื่อโชเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งวิธีสังเกตุว่าตัวเองนั้นเป็น FOMO หรือเปล่าก็คือ 

  • ติดโทรศัพท์มือถือ 📱 วางห่างตัวเป็นไม่ได้ อะไรเด้ง ๆ จำเป็นต้องดู 
  • ชอบเสพสื่อโชเชียลตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรอบข้าง หรือโลกออนไลน์ไม่ทัน 
  • คนส่วนมากเขาทำอะไรกัน ฉันก็ต้องทำตาม เพราะกลัวที่จะเเตกต่าง จนบางทีก็ไม่ได้มองว่ามันสำคัญหรือจำเป็นกับตัวเองหรือเปล่า 🏃‍♀️
  • รู้สึกแย่เวลาเพื่อน ๆ กำลังทำอะไรที่สนุก ๆ โดยไม่ได้ชวนเรา 
  • เวลาไปเที่ยวหรือกำลังทำอะไร ก็จะอัปเดตเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ 🤳

ซึ่งถ้าใครที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรหาวิธีดูเเลตัวเองด่วน ซึ่ง NEXKY มาพร้อมกับคำแนะนำอยู่ 1 ข้อนั่นก็คือ การลองไปใช้ชีวิตในแบบ “JOMO”


แล้ว JOMO คืออะไร ต่างจาก FOMO ยังไงนะ❓

JOMO (Joy of Missing Out) เป็นพฤติกรรมตรงข้ามของ FOMO ซึ่งก็คือ การที่ไม่กลัวว่าจะตกกระเเส การมีความสุขที่ไม่ได้อยู่บนโลกออนไลน์ 😎 ซึ่งการที่จะเปลี่ยนตัวเองจาก FOMO มาเป็น JOMO ก็มีวิธีหนึ่ง ที่เรียกว่า “การทำ Digtal Detox” 

    ✅ ซึ่งการทำ Digital Detox มีหลักการง่าย ๆ 3 อย่าง คือ

  1. บนโลกออนไลน์มีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา เเต่ในขณะที่เราก็มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม ดังนั้น เราควรที่จะพักชีวิตในโลกออนไลน์ไว้บ้าง ❌📱 เเล้วหันมาใช้ชีวิตบนโลกจริงให้มากขึ้น
  1. ลองเอาโทรศัพท์ไว้ห่างจากตัว ลองปิดการเเจ้งเตือน 🔕 เพื่อลดการกระตุ้นที่อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะสามารถโฟกัสกับการทำงาน การทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม
  1. ลองจำกัดเวลา และจำกัดพื้นที่ในการใช้โทรศัพท์ เช่น การจะไม่ใช้โทรศัพท์บนโต๊ะอาหาร หรือการไม่ใช้โทรศัพท์หลังเวลา 3 ทุ่ม 🚫

ทุกคนสามารถลองทำ Digital Detox ง่าย ๆ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง 🧍‍♀️🧍 🧍‍♂️ถึงเเม้ว่าในทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ไม่อาจปฏิเสธโซเชียลมีเดียได้ เเต่ทุกอย่างย่อมมีทั้งด้านดี และด้านเสีย ดังนั้น การที่เราเสพติดในโซเชียลมีเดียมากเกินไป ก็ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพเเละจิตใจ 😔


เป็นอย่างไรกันบ้างกับ “ลอง Check” พฤติกรรม FOMO และ JOMO ของ NEXKY ในวันนี้ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นคนเราสามารถเป็นได้ทั้ง FOMO และ JOMO 😊 แต่อยู่ที่เราจะสามารถทำให้สองสิ่งนี้สมดุลกับการใช้ชีวิตได้อย่างไร และที่สำคัญ “จงเป็นตัวเอง” 👍

จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


5 วิธี มีฟอนต์ลายมือเป็นของตัวเอง

ทุกคนเคยคิดที่อยากจะนำลายมือของตัวเองมาสร้างเป็นฟอนต์กันบ้างไหม❓ วันนี้ NEXKY จะมาสอนวิธีทำฟอนต์ลายมือง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ แถมยังทำได้ฟรีอีกด้วย ดีขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว มาดูวิธีกันเลยดีกว่า!


1. เริ่มจากเข้าไปที่เว็บไซต์ www.calligraphr.com แล้วกดคำว่า ‘Get started free’ เพื่อทำการสมัครสมาชิกแบบฟรีกันก่อนเลย หลังจากที่เพื่อน ๆ ทำการกรอกรายละเอียดลงทะเบียนเรียบร้อยหมดแล้ว ก็สามารถกด Log in เข้าเว็บไซต์ได้เลยจ้า👏

2. ให้เพื่อน ๆ กดเลือกคำว่า Templates ที่อยู่ตรงมุมซ้ายบน เพื่อดาวน์โหลดเทมเพลตมาเขียนได้เลย มีหลากหลายภาษาให้เลือก ใครถนัดภาษาไหนก็เลือกตามใจชอบได้เลย 💞

3. เมื่อได้เทมเพลตภาษาที่ต้องการเเล้ว กดดาวน์โหลดเทมเพลตตรงปุ่ม ‘Download’ โดยจะมีให้เลือกระหว่างไฟล์ PDF และ PNG ซึ่งเทมเพลตจะมาในรูปแบบของช่องตาราง ที่ให้เพื่อน ๆ เขียนตัวอักษรเวอร์ชันของเพื่อน ๆ ลงไปในช่องว่าง 🖍 หากใช้ไอแพดเขียนก็สะดวกสุด ๆ  หรือ จะพิมพ์ไฟล์ออกมาเป็นกระดาษ เขียนด้วยปากกา และสแกนกลับเข้าไปเป็นไฟล์ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน☺️

4. หลังจากเขียนตัวหนังสือของเพื่อน ๆ ลงเทมเพลตเรียบร้อยเเล้ว ให้กลับมาที่เว็บไซต์ Calligraphr แล้วเลือกคำว่า ‘My fonts’ แล้วเลือก ‘Upload Template’ ไฟล์ที่เราได้เขียนลายมือเอาไว้ ✅

5. หลักจากนั้นเว็บไซต์จะแสดงฟอนต์ลายมือของเราออกมา โดยในขั้นตอนนี้สามารถปรับขนาดฟอนต์ ได้ตามใจชอบได้เลย หลังจากนั้นให้กด ‘ADD CHARACTERS TO YOUR FONT‘ จากนั้นเลือก ‘Build Font‘ ตั้งชื่อฟอนต์ เเล้วกด ‘BUILD‘ ได้เลย🧩

แค่นี้ก็ดาวน์โหลดออกมาใช้งานได้แล้ว ง่ายมาก ๆ เลย โดยฟอนต์จะถูกสร้างออกมาเป็นไฟล์สองสกุลด้วยกัน (.ttf และ .otf) ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกดาวน์โหลดได้ทั้งสองแบบเลย 😚


เท่านี้เพื่อน ๆ ก็สามารถสร้างฟอนต์เป็นของตัวเองได้แล้ว NEXKY บอกเลยว่าแค่ 5 ขั้นตอนเท่านั้น ง่ายสุด ๆ 🍌แถมสร้างฟอนต์ได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจ features อื่น ๆ จาก www.calligraphr.com ที่ premium ขึ้นไปอีก ก็สามารถใช้แบบเสียค่าบริการได้เหมือนกัน✨

อ้างอิง

💡 ปลดล็อกแนวคิดใหม่ ๆ กับ 3 หนังสือแนว Self-Help!

ช่วงนี้ทุกคนใช้เวลาในบ้านเป็นหลัก 🏡 หลาย ๆ คนค้นพบความสามารถใหม่ บางคนก็ไปเป็นเชฟ บางคนก็เป็นดาว TikTok ส่วนบางคนนั้น แค่อาจจะอยากละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์ และลองเริ่มอ่านหนังสือบ้าง 📚 NEXKY จึงมีหนังสือ Self-Help หรือหนังสือพัฒนาตนเอง มาแนะนำเพื่อให้ทุกคนได้ปลดล็อกแนวคิด แนวทางการใช้ชีวิตใหม่ ๆ เพื่อต้อนรับปีใหม่ เทอมใหม่ และเราในเวอร์ชั่นใหม่ NEXKY ยกมาให้ด้วยกันทั้งหมด 3 เล่ม จะมีเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันเถอะ! 


  1. “ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา” Mindset: The New Psychology of Success
ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา : Mindset
ผู้เขียน : Carol S. Dweck (แครอล เอส ดเว็ค), Ph.D.
ผู้แปล : พรรณี ชูจิรวงศ์

หนังสือเล่มนี้พูดถึงความแตกต่างระหว่างสองแนวคิด ได้แก่ Growth Mindset 📈 และ Fixed Mindset นั่นเอง คนที่ครอบครอง Fixed Mindset จะคิดว่าความสามารถของคนเรานั้น พัฒนาได้ยาก แต่คนที่มี Growth Mindset จะคิดว่าคนเราพัฒนาได้เสมอและไม่มีอะไรเป็นขีดจำกัดทั้งนั้น ซึ่งบางคนอาจจะมีทั้ง Fixed และ Growth Mindset เลยก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ 

หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนเปลี่ยนแนวคิดและมองโลกในอีกมุมนึง เพื่อปลดล็อกความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัว⚡️ เพราะว่าทุกคนสามารถนำแนวคิดแบบ Growth Mindset นั้นไปประยุกต์ใช้ได้กับทุก ๆ เรื่องในชีวิตเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การเลี้ยงลูก! ถ้าได้อ่านแล้วอาจจะคาดไม่ถึงเลยว่าแค่เปลี่ยน “Mindset” จะทำให้พวกเราได้ปลดล็อกและประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย  👍

  1. “ชาตินี้คงไปไม่ถึงไหน ถ้าทำอะไรแค่พอผ่าน” Talent is Overrated: What Really Separates World-Class Performers from Everybody Else
ผู้เขียน Geoff Colvin
ผู้แปล สังสิทธิ์ เยาวรัตน์

หนังสือเล่มนี้ต่างออกไปจากเล่มแรก ตรงที่ไม่ได้พูดถึง Mindset แต่พูดถึง “พรสวรรค์” ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่ามีมาตั้งแต่เกิด เช่น หัวด้านศิลปะหรือการแสดง 🧑‍🎨👩‍🎤 แท้จริงแล้ว ไม่มีอยู่จริง! เป็นการปลดล็อกความคิดที่จำกัดตัวตนของหลาย ๆ คนเอาไว้ ทำให้บางคนล้มเลิกหรือไม่กล้าคิดจะทำอะไรที่ตนเองไม่ถนัดเลย ด้วยเหตุผลว่า “ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้..ฉันทำไม่ได้หรอก”

หนังสือเล่มนี้นำเหตุผล คำอธิบาย และตัวอย่างอีกมากมายมานำเสมอให้อ่านว่าทุกคนล้วนเกิดมาคล้าย ๆ กันและอะไรกันนะ 🧐 ที่จะทำให้บางคนบางแตกต่างและเก่งกว่าคนอื่นกันแน่? 

  1. “วิธีชนะมิตรและจูงใจผู้คน” How to Win Friends and Influence People
ผู้เขียน Dale Carnegie (เดล คาร์เนกี)
ผู้แปล อาษา ขอจิตต์เมตต์

หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่คนแนะนำกันปากต่อปากมาเป็นเวลานานตั้งแต่ ค.ศ.1936 เป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเองที่เป็นตัวช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ 😲 ไม่ว่าจะเป็นกับคู่ธุรกิจ ผองเพื่อน หรือคนรักก็ตาม หนังสือเล่มนี้มีการพูดถึงวิธีต่าง ๆ เช่น วิธีเป็นคนที่น่าคุยน่าคบยิ่งขึ้น 🤗 วิธีรับมือกับคนหลากหลายรูปแบบ วิธีเป็นผู้นำที่ดี และวิธีที่จะชักจูงให้คนเห็นด้วยกับเรา โดยการหยิบยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงที่จะทำให้เพื่อน ๆ เข้าใจได้ง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็วเลยล่ะ บอกเลยว่าทุกอย่างที่อยู่ในหนังสือ จะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน!


นี่เป็น 3 เล่มที่ NEXKY ขอคอนเฟิร์มว่าเป็นตัวท็อป! ถ้าทุกคนสนใจอ่านสามารถหาซื้อ หรือจะยืมหนังสืออ่านแบบง่ายแสนง่าย! เพียงเปิดแอปฯ CUNEX ในฟีเจอร์ “ห้องสมุด” มีหนังสือดี ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะให้ทุกคนหยิบยืม ช่วยเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่เจ๋งกว่าเดิม! ❤️

เทคนิค เพิ่มยอดขายร้านค้าออนไลน์🛍ให้ปังปุริเย่!

ช่วงเหงา ๆ แบบนี้ หลายคนคงกำลังหาอะไรทำแก้เบื่อกันอยู่แน่ ๆ และสิ่งที่แก้เหงาที่ดีที่สุดอย่างนึง นั่นก็คือ “การชอปปิง”✨ โดยเฉพาะการชอปปิงออนไลน์ ไม่ว่าจะทั้งทางเว็บไซต์ official หรือร้านค้ารายย่อย เพราะว่าสะดวกรวดเร็ว แค่กดเลือกสินค้าที่ถูกใจลงตะกร้า🛒 จ่ายเงินผ่านแอปฯ หรือตัดบัตรเครดิต แล้วก็นั่งรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย เพราะเหตุนี้ล่ะ การซื้อของออนไลน์ จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ NEXKY แอบเห็นบางคนก็ผันตัวเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ หารายได้เสริมเหมือนกันนะ  

แต่ทุกคนเคยสงสัยไหมว่า🤔 แล้วพวกร้านค้าที่ยอดขายปัง ๆ เขาทำอย่างไรถึงมีลูกค้าเยอะแยะ แถมลูกค้าบางคนก็ยังกลับมาซื้อซ้ำ กลายเป็นลูกค้าประจำอีกด้วย ในเมื่อร้านค้าออนไลน์มีเต็มไปหมด วันนี้ NEXKY เลยมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก รับรองว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับเพื่อนที่กำลังเริ่มธุรกิจกันได้แน่นอน!


1. ใส่ใจกับการทำคอนเทนต์💞 

Content คือส่วนเนื้อหา ซึ่งเราควรสร้างให้น่าดึงดูดที่สุด ข้อมูลควรเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป แต่ควรแฝงข้อดีของสินค้าเอาไว้ในเนื้อหา จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจมากกว่าการขายแบบตรง ๆ ซึ่งนอกจากจะต้องเขียน Content ขึ้นมาเองแล้ว📝 การแชร์ Content ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า ก็ช่วยให้ร้านของเราดูไม่น่าเบื่อได้เหมือนกันนะ นอกจากนี้ การเลือกช่องทางปล่อย Content ก็มีความสำคัญ!  ควรเช็กช่องทางการโฆษณาว่า Platform ไหนที่กลุ่มเป้าหมายของเราเข้าถึงได้มากที่สุด ถ้าคนอ่านคนไหนมีงบ ก็อาจเตรียมงบสำหรับการประชาสัมพันธ์เอาไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการขาย

2. รีวิวจากลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ💛

การที่ร้านค้าจะได้รับความนิยม และเป็นกระแสในเวลานาน ๆ ได้ ปัจจัยสำคัญก็คือ “กลุ่มลูกค้าที่เคยใช้สินค้า” หรือเคยได้รับบริการกับร้านค้ามาก่อนแล้ว🙋‍♂️ ไปแนะนำต่อให้คนใกล้ตัวนั่นเอง ซึ่งการทำแบบนี้ จะช่วยให้ลูกค้าใหม่เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการของเรามากขึ้น เพราะเป็นการรีวิวจากผู้ที่ใช้สินค้าและบริการของร้านเราจริง ๆ 😊 NEXKY คิดว่ารีวิวจากลูกค้า มีประสิทธิภาพมากกว่าการจ่ายค่าโฆษณาแพง ๆ อีกนะ

3. Infographic ช่วยทำให้สินค้าน่าสนใจมากขึ้น😍

Infographic ก็คือ การสรุปข้อมูลความรู้ในรูปแบบภาพกราฟิกที่เข้าใจง่าย ซึ่งจะทำให้สินค้าของเราดูน่าสนใจ และไม่น่าเบื่อ ยิ่งถ้าทำ Infographic ในเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เช่น คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย ๆ ขั้นตอนในการสั่งซื้อ วิธีการใช้งานสินค้า เป็นต้น ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าร้านของเรามีบริการที่ดี ช่วยส่งเสริมการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย🔝

4. สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าด้วยการรับประกันสินค้า✅

ถึงแม้จะมีการตั้ง Chat Bot ในการตอบคำถามเบื้องต้นให้กับลูกค้าแบบอัตโนมัติ หรือจะมีการพูดคุยกันระหว่างลูกค้าและพ่อค้า/แม่ค้าโดยตรงก็ตาม แต่นั่นไม่เพียงพอ💢 ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ เพราะลูกค้ายังคงมีความกังวล จากการที่ยังไม่เคยได้สัมผัสหรือลองใช้สินค้าจริง ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะซื้อสินค้าดีหรือไม่ เนื่องจากกลัวสินค้าไม่มีคุณภาพ 

ดังนั้นหากเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การรับประกันสินค้า นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี 👍 เพราะการรับประกันสินค้าว่า หากสินค้ามีตำหนิ หรือสินค้าไม่ถูกต้องตามออเดอร์ ลูกค้าสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ หรือคืนเงินให้ทันที ลูกค้าจะรับรู้ถึงความมั่นใจและจริงใจของเรามากขึ้น ว่าสินค้าของเรามีคุณภาพจริง เราถึงกล้ารับประกันโดยแลกกับการรับผิดชอบค่าเสียหายกับลูกค้า 💥แต่ทั้งนี้เราต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าและบริการของเรามีประสิทธิภาพและคุณภาพจริง ไม่เช่นนั้น เราอาจจะได้รับความเสียหายจากการนำเทคนิคนี้ไปใช้


ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการขายของออนไลน์เด็ด ๆที่ NEXKY คัดมาแล้วว่าดี 👌 หวังว่าเพื่อน ๆ ที่คิดจะเปิดร้านขายของออนไลน์ หรือกำลังเปิดร้านอยู่จะนำเอาเทคนิคเหล่านี้ไปลองปรับใช้ เพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าของตนเองกัน 😊 แล้วถ้าเกิดว่าร้านค้าของเพื่อน ๆ ประสบความสำเร็จ รวยเปรี้ยงปร้างขึ้นมาแล้ว ก็อย่าลืมมาเล่าให้ NEXKY ฟังกันด้วยนะ

อ้างอิง: sellsuki, taokaemai, digitorystyle, fillgoods

7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอด ในยุค COVID-19

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ก็เจอกับข่าว COVID-19 ที่กลับมาอีกครั้ง แถมทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เพื่อนๆ ต้องกลับมาเรียนแบบออนไลน์อีกครั้ง เฮ้อ! 🌬 สู้ ๆ นะเพื่อน ๆ NEXKY เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ✌ ✌

วันนี้ NEXKY ได้นำบทความดีๆ จาก K Capstone มาฝากกับ “7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอดในยุค COVID-19” มาให้เพื่อน ๆ ลองนำไปปฏิบัติกันดู เผื่อเป็นอีกเครื่องมือดี ๆ ที่จะช่วยให้การเรียนออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขระหว่างนี้ แต่จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย!


“7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอดในยุค COVID-19”

  1. Set Wake Up Time 🌞
    ตั้งเวลาการตื่นเหมือนกับการไปเรียนจริง เพื่อให้นาฬิกาชีวิตของเราไม่เปลี่ยนไปจากการเรียนที่มหาวิทยาลัยในช่วงก่อนหน้า
  2. Set Rules with Family 👨‍👩‍👧
    ตกลงกฎกติกากับสมาชิกในบ้านให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายสมาธิระหว่างการเรียน แนะนำว่าควรต้องบอกหรือทำตารางเรียนในแต่ละวันให้สมาชิกทุกคนทราบล่วงหน้า
  3. Create a To-Do List 🗒
    ลิสต์ที่จะต้องทำในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถวางแผน และติดตามสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวันอย่างมีจุดหมาย พอหมดวันก็จะได้รู้ว่าอะไรเสร็จ หรือยังไม่เสร็จตามที่วางแผนไว้
  4. Build Learning Environment 🏞
    สร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้ เป็นห้องหรือสถานที่ที่ทำให้ตัวเองมีสมาธิ ไม่ถูกรบกวน จัดโต๊ะและเก้าอี้ที่สามารถนั่งเรียนนานๆ ได้
  5. Take Note and Deliver On Time 📝
    จดบันทึก และส่งมอบงาน ควรจดบันทึก และทำแบบฝึกหัดต่างๆ ประหนึ่งว่ามีอาจารย์สอนอยู่ตรงหน้า และต้องส่งงานตามเวลาเสมอ
  6. Take Care of Yourself Well 💪
    แบ่งเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเอง ควรแบ่งเวลาการพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ
  7. Manage Your Break Time 🥪 🥤
    ช่วงเบรกก็ควรแบ่งเวลาให้ดี โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในสื่อออนไลน์ที่ไม่ใช่เรื่องเรียน ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือท่องโลก Social media ก็ใช้เวลาแต่พอเหมาะ โดยเฉพาะระหว่างการเรียนเพราะจำทำให้สมาธิหลุดออกไปจากการเรียนก็ได้

เมื่อเพื่อนๆ เริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือฝึกวินัยเล็กๆ น้อยๆ ตามบทความที่ NEXKY ได้นำมาฝากกันแล้ว รับรองเลยว่าจะยังสามารถมีความสุขในทุกๆ วันได้อยู่ และที่สำคัญช่วงนี้ขอให้เพื่อนๆ ติดตามอัปเดตข่าวสาร COVID-19 และรักษาสุขภาพกันด้วยนะ ‘กินร้อน ช้อนฉัน ล้างมือบ่อยๆ’  ด้วยความห่วงใยจาก NEXKY คนดีคนเดิมจ้า 😉

อ้างอิง