เทคนิค เพิ่มยอดขายร้านค้าออนไลน์🛍ให้ปังปุริเย่!

ช่วงเหงา ๆ แบบนี้ หลายคนคงกำลังหาอะไรทำแก้เบื่อกันอยู่แน่ ๆ และสิ่งที่แก้เหงาที่ดีที่สุดอย่างนึง นั่นก็คือ “การชอปปิง”✨ โดยเฉพาะการชอปปิงออนไลน์ ไม่ว่าจะทั้งทางเว็บไซต์ official หรือร้านค้ารายย่อย เพราะว่าสะดวกรวดเร็ว แค่กดเลือกสินค้าที่ถูกใจลงตะกร้า🛒 จ่ายเงินผ่านแอปฯ หรือตัดบัตรเครดิต แล้วก็นั่งรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย เพราะเหตุนี้ล่ะ การซื้อของออนไลน์ จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ NEXKY แอบเห็นบางคนก็ผันตัวเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ หารายได้เสริมเหมือนกันนะ  

แต่ทุกคนเคยสงสัยไหมว่า🤔 แล้วพวกร้านค้าที่ยอดขายปัง ๆ เขาทำอย่างไรถึงมีลูกค้าเยอะแยะ แถมลูกค้าบางคนก็ยังกลับมาซื้อซ้ำ กลายเป็นลูกค้าประจำอีกด้วย ในเมื่อร้านค้าออนไลน์มีเต็มไปหมด วันนี้ NEXKY เลยมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก รับรองว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับเพื่อนที่กำลังเริ่มธุรกิจกันได้แน่นอน!


1. ใส่ใจกับการทำคอนเทนต์💞 

Content คือส่วนเนื้อหา ซึ่งเราควรสร้างให้น่าดึงดูดที่สุด ข้อมูลควรเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป แต่ควรแฝงข้อดีของสินค้าเอาไว้ในเนื้อหา จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจมากกว่าการขายแบบตรง ๆ ซึ่งนอกจากจะต้องเขียน Content ขึ้นมาเองแล้ว📝 การแชร์ Content ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า ก็ช่วยให้ร้านของเราดูไม่น่าเบื่อได้เหมือนกันนะ นอกจากนี้ การเลือกช่องทางปล่อย Content ก็มีความสำคัญ!  ควรเช็กช่องทางการโฆษณาว่า Platform ไหนที่กลุ่มเป้าหมายของเราเข้าถึงได้มากที่สุด ถ้าคนอ่านคนไหนมีงบ ก็อาจเตรียมงบสำหรับการประชาสัมพันธ์เอาไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการขาย

2. รีวิวจากลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ💛

การที่ร้านค้าจะได้รับความนิยม และเป็นกระแสในเวลานาน ๆ ได้ ปัจจัยสำคัญก็คือ “กลุ่มลูกค้าที่เคยใช้สินค้า” หรือเคยได้รับบริการกับร้านค้ามาก่อนแล้ว🙋‍♂️ ไปแนะนำต่อให้คนใกล้ตัวนั่นเอง ซึ่งการทำแบบนี้ จะช่วยให้ลูกค้าใหม่เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการของเรามากขึ้น เพราะเป็นการรีวิวจากผู้ที่ใช้สินค้าและบริการของร้านเราจริง ๆ 😊 NEXKY คิดว่ารีวิวจากลูกค้า มีประสิทธิภาพมากกว่าการจ่ายค่าโฆษณาแพง ๆ อีกนะ

3. Infographic ช่วยทำให้สินค้าน่าสนใจมากขึ้น😍

Infographic ก็คือ การสรุปข้อมูลความรู้ในรูปแบบภาพกราฟิกที่เข้าใจง่าย ซึ่งจะทำให้สินค้าของเราดูน่าสนใจ และไม่น่าเบื่อ ยิ่งถ้าทำ Infographic ในเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เช่น คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย ๆ ขั้นตอนในการสั่งซื้อ วิธีการใช้งานสินค้า เป็นต้น ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าร้านของเรามีบริการที่ดี ช่วยส่งเสริมการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย🔝

4. สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าด้วยการรับประกันสินค้า✅

ถึงแม้จะมีการตั้ง Chat Bot ในการตอบคำถามเบื้องต้นให้กับลูกค้าแบบอัตโนมัติ หรือจะมีการพูดคุยกันระหว่างลูกค้าและพ่อค้า/แม่ค้าโดยตรงก็ตาม แต่นั่นไม่เพียงพอ💢 ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ เพราะลูกค้ายังคงมีความกังวล จากการที่ยังไม่เคยได้สัมผัสหรือลองใช้สินค้าจริง ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะซื้อสินค้าดีหรือไม่ เนื่องจากกลัวสินค้าไม่มีคุณภาพ 

ดังนั้นหากเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การรับประกันสินค้า นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี 👍 เพราะการรับประกันสินค้าว่า หากสินค้ามีตำหนิ หรือสินค้าไม่ถูกต้องตามออเดอร์ ลูกค้าสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ หรือคืนเงินให้ทันที ลูกค้าจะรับรู้ถึงความมั่นใจและจริงใจของเรามากขึ้น ว่าสินค้าของเรามีคุณภาพจริง เราถึงกล้ารับประกันโดยแลกกับการรับผิดชอบค่าเสียหายกับลูกค้า 💥แต่ทั้งนี้เราต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าและบริการของเรามีประสิทธิภาพและคุณภาพจริง ไม่เช่นนั้น เราอาจจะได้รับความเสียหายจากการนำเทคนิคนี้ไปใช้


ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการขายของออนไลน์เด็ด ๆที่ NEXKY คัดมาแล้วว่าดี 👌 หวังว่าเพื่อน ๆ ที่คิดจะเปิดร้านขายของออนไลน์ หรือกำลังเปิดร้านอยู่จะนำเอาเทคนิคเหล่านี้ไปลองปรับใช้ เพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าของตนเองกัน 😊 แล้วถ้าเกิดว่าร้านค้าของเพื่อน ๆ ประสบความสำเร็จ รวยเปรี้ยงปร้างขึ้นมาแล้ว ก็อย่าลืมมาเล่าให้ NEXKY ฟังกันด้วยนะ

อ้างอิง: sellsuki, taokaemai, digitorystyle, fillgoods

7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอด ในยุค COVID-19

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ก็เจอกับข่าว COVID-19 ที่กลับมาอีกครั้ง แถมทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เพื่อนๆ ต้องกลับมาเรียนแบบออนไลน์อีกครั้ง เฮ้อ! 🌬 สู้ ๆ นะเพื่อน ๆ NEXKY เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ✌ ✌

วันนี้ NEXKY ได้นำบทความดีๆ จาก K Capstone มาฝากกับ “7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอดในยุค COVID-19” มาให้เพื่อน ๆ ลองนำไปปฏิบัติกันดู เผื่อเป็นอีกเครื่องมือดี ๆ ที่จะช่วยให้การเรียนออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขระหว่างนี้ แต่จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย!


“7 วิธีเรียนออนไลน์อย่างไรให้รอดในยุค COVID-19”

  1. Set Wake Up Time 🌞
    ตั้งเวลาการตื่นเหมือนกับการไปเรียนจริง เพื่อให้นาฬิกาชีวิตของเราไม่เปลี่ยนไปจากการเรียนที่มหาวิทยาลัยในช่วงก่อนหน้า
  2. Set Rules with Family 👨‍👩‍👧
    ตกลงกฎกติกากับสมาชิกในบ้านให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายสมาธิระหว่างการเรียน แนะนำว่าควรต้องบอกหรือทำตารางเรียนในแต่ละวันให้สมาชิกทุกคนทราบล่วงหน้า
  3. Create a To-Do List 🗒
    ลิสต์ที่จะต้องทำในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถวางแผน และติดตามสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวันอย่างมีจุดหมาย พอหมดวันก็จะได้รู้ว่าอะไรเสร็จ หรือยังไม่เสร็จตามที่วางแผนไว้
  4. Build Learning Environment 🏞
    สร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้ เป็นห้องหรือสถานที่ที่ทำให้ตัวเองมีสมาธิ ไม่ถูกรบกวน จัดโต๊ะและเก้าอี้ที่สามารถนั่งเรียนนานๆ ได้
  5. Take Note and Deliver On Time 📝
    จดบันทึก และส่งมอบงาน ควรจดบันทึก และทำแบบฝึกหัดต่างๆ ประหนึ่งว่ามีอาจารย์สอนอยู่ตรงหน้า และต้องส่งงานตามเวลาเสมอ
  6. Take Care of Yourself Well 💪
    แบ่งเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเอง ควรแบ่งเวลาการพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ
  7. Manage Your Break Time 🥪 🥤
    ช่วงเบรกก็ควรแบ่งเวลาให้ดี โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในสื่อออนไลน์ที่ไม่ใช่เรื่องเรียน ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือท่องโลก Social media ก็ใช้เวลาแต่พอเหมาะ โดยเฉพาะระหว่างการเรียนเพราะจำทำให้สมาธิหลุดออกไปจากการเรียนก็ได้

เมื่อเพื่อนๆ เริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือฝึกวินัยเล็กๆ น้อยๆ ตามบทความที่ NEXKY ได้นำมาฝากกันแล้ว รับรองเลยว่าจะยังสามารถมีความสุขในทุกๆ วันได้อยู่ และที่สำคัญช่วงนี้ขอให้เพื่อนๆ ติดตามอัปเดตข่าวสาร COVID-19 และรักษาสุขภาพกันด้วยนะ ‘กินร้อน ช้อนฉัน ล้างมือบ่อยๆ’  ด้วยความห่วงใยจาก NEXKY คนดีคนเดิมจ้า 😉

อ้างอิง

8 เพลงเพราะ 🎶 ประจำเดือนมกราคม

🌤 ปีใหม่ผ่านเลยไปแล้วเกือบครึ่งเดือน เป็นอย่างไรกันบ้างทุกคน~ ช่วงนี้เพื่อน ๆ นิสิตจุฬาฯ คงปิดเทอมกันอยู่ ส่วนบุคลากรจุฬาฯ คง Work from home กัน ที่สำคัญช่วงนี้ยังยังมีเจ้าโควิดตัวร้ายอยู่ข้างนอกอีกด้วย 🦠🙀 แต่การอยู่บ้านจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะ DJ NEXKY คนดีคนเดิมมาอัปเดทเพลงฮิตประจำเดือนมกรา มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันเล้ย!


  1. 2021 – Lauv

เพลงส่งท้ายปีจากศิลปินหนุ่มมากความสามารถอย่าง Lauv เพลงนี้ถ้าบอกว่าเป็นเพลงของคนคลั่งรักก็คงจะไม่ผิดนัก 😳 เพราะเนื้อเพลงพูดถึงความสัมพันธ์กับคนรัก เรื่องราวที่ทำด้วยกัน มาพร้อมกับเมโลดี้เพราะ ๆ ฟังเพลินตามสไตล์ของ Lauv เขาล่ะ 💖

  1. ตาแตก – Milli x Wonderframe ft. yinwar

เพลงใหม่จากสองสาวแรปเปอร์มิลลิและวันเดอร์เฟรม จังหวะดีฟังสนุก เนื้อเพลงแรปไม่มีอะไรมาก นอกจากชมในความหล่อของเธอ 🥴 ทำไมเธอหล่อจังเลย หล่อจนตาแตก หล่อมาก หล่อไม่ไหว แต่งกันกันมั้ยคะ และยังได้สองหนุ่มหล่ออย่าง YINWAR 👬 มาช่วยฟีทเจอริ่งอีกด้วย

  1. กอดได้ไหม – K-OTIC

เพลงเก่าร้องใหม่ จนเกิดกระแสใหญ่อีกครั้ง 💥 เคโอติกกลับมารวมตัวกัน และได้หยิบเพลงกอดได้ไหมของ UrboyTJ เอามาคัพเวอร์ ทำให้แฟนคลับเคโอติกหายคิดถึงเลยทีเดียว 🥺 เพราะเอกลักษณ์ของเคโอติกทุกอย่างยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องนุ่มๆ หรือแรป 3 ภาษา ทั้งไทย เกาหลี ญี่ปุ่น ใครคิดถึงเพลงกามิกาเซ่อย่าลืมไปฟังกันนะ🎶

  1. Baby, I’m Jealous – Bebe Rexha ft. Doja Cat

เป็นเพลงจากการร่วมงานของสองสาวเสียงดี เจ้าของหลายเพลงฮิต อย่าง Bebe Rexha กับ Doja Cat 💃 พูดถึงความรู้สึกหึงหวงและอิจฉา ที่คนรักมองสาว ๆ คนอื่น เป็นบทเพลงที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกไม่มั่นใจ 😢 และความกลัวของฝ่ายหญิงในความสัมพันธ์ออกมาในทำนองสุดติดหู 

  1. Warota People หัวเราะเซ่ – BNK48

อัลบั้มใหม่ล่าสุดจากวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของไทยอย่าง BNK48 เพลงนี้มีวิธีจัดเซมบัตสึที่ได้รับความสนใจจากทั้งวงการเพลง ด้วยการ “เป่ายิงฉุบ” ✌️✊🖐 โดยจีจี้ สาวน้อยดวงดีได้ยืนหนึ่ง เป็นเซนเตอร์ของเพลงนี้ Warota people บอกเราว่าเลิกแคร์โลกที่มันใจร้าย 😖 แล้วมาหัวเราะกันดีกว่า! 🤪 ดนตรีสนุกสนาน มาพร้อมกับท่าเต้นที่เต้นตามง่าย ใครเครียด ๆ เซ็ง ๆ เปิดเพลงนี้ช่วยได้ไม่น้อยเลยล่ะ

  1. What Do I Call You – Taeyeon 

เพลงใหม่จากสาวเจ้าของเสียงทรงพลังอย่างแทยอน ปล่อย EP ใหม่ให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึง เพลงใหม่อย่าง What Do I Call You ❓ที่เป็นบทเพลงที่มีการพูดถึงคนรักเก่าที่ยังวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ ความอึดอัดที่เธอรู้สึกเพราะตอนนี้เราสองคนไม่ได้รักกันแล้ว 😿 ทั้ง ๆ ที่เขาคนนั้นเคยเป็นทุกอย่างของเธอ บวกกับความสับสนว่า “ตอนนี้ฉันควรจะเรียกเธอว่าอะไรดีนะ?”

  1. Anyone – Justin Bieber

เพิ่งปล่อยออกมาเลยสด ๆ ร้อน ๆ 🔥 กับเพลงใหม่ของหนุ่มนักร้องสัญชาติแคนาดาขวัญใจวัยรุ่นอย่าง จัสติน บีเบอร์ ที่ปล่อยเพลงบอกรักภรรยาอย่าง Hailey Bieber มานับไม่ถ้วน และแน่นอนว่า เพลงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงรักแฟน เนื้อเพลงนั้นแสนหวานหยดย้อยเลย NEXKY ขอบอก! เธอเป็นคนเดียวที่ฉันจะรัก~ โอโห ตาร้อนไม่ไหวแล้ว 😤

  1. Cry For Me – Twice 

เพลงนี้ถูกปล่อยมาเซอร์ไพรส์ ⚡️ ชาว Once หรือแฟนคลับของสาว ๆ วง Twice นั่นเอง เล่นเอาหลาย คนฟังทั้งวันแบบหยุดไม่ได้กันเลยทีเดียว ด้วยคอนเซปและแนวเพลงที่ฉีกลุคเดิม ๆ ของสาว ๆออกไปหมดเลย ด้วยมีเนื้อเพลง ทำนอง และท่าเต้นสุดแซ่บ 💋 จงร้องไห้ออกมาเหมือนที่ฉันเคยร้องให้เธอสิ! ใครอยากเห็นสาว ๆ Twice ในลุคที่แตกต่างออกไปจากเดิม พลาดเพลงนี้ไม่ได้เลยนะ‼️ 


กดเซฟ playlist ติดแอคเคาท์ของเพื่อน ๆ เอาไว้ตามด้านล่าง 👇

Design Thinking💡 สุดยอดเทคนิค ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ

ช่วงนี้มีคนพูดถึง “Design Thinking” กันเต็มไปหมด สงสัยกันไหมว่า คำนี้มันคืออะไรกันนะ🤔 แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ ‘การวาดภาพ/การออกแบบ’ อย่างที่บางคนนึกถึงอยู่แน่ ๆ แต่ว่า  Design Thinking เนี่ย มีความสำคัญต่อการทำงานในปัจจุบันมาก ๆ เลยล่ะ วันนี้ NEXKY เลยไปรวบรวมข้อมูล เพื่อมาเล่าให้ทุกคนได้อ่าน และทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ อย่ารอช้า รีบมาทำความรู้จักหลักการนี้กันเลยดีกว่า


🌟Design Thinking คืออะไร? 

Design Thinking (กระบวนการคิดเชิงออกแบบ) คือ กระบวนการคิด เพื่อแก้ไขปัญหา/โจทย์ให้ตรงจุด ตลอดจนพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหา/โจทย์ที่ตั้งไว้ 🔎อีกทั้งเป็นการค้นหาวิธีที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้น โดยการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการนี้จะเน้นไปที่ผู้ใช้งาน หรือผู้บริโภค (User-Centered) เป็นหลัก เพื่อสร้างผลลัพธ์ในอนาคตที่เป็นรูปธรรม สามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด ตลอดจนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔝 รวมไปถึงการเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์อีกด้วย

📌 ประโยชน์ของระบบการคิดเชิงออกแบบ  

  1. ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อหาทางออกที่เป็นลำดับขั้นตอน📊 : ทุกคนต้องวิเคราะห์ปัญหารอบด้าน อย่างมีแบบแผนและรอบคอบ สิ่งนี้จะช่วยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ทำให้เข้าใจปัญหาได้อย่างถ่องแท้ และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
  2. มีทางเลือกที่หลากหลาย : เกิดจากการแชร์ไอเดีย ระหว่างหาทางแก้ไขปัญหา กับ เพิ่มทางเลือกในการแก้ปัญหา 
  3. มีตัวเลือกที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด💯 : เมื่อมีตัวเลือกหลากหลาย จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เจอตัวเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด
  4. ฝึกความคิดสร้างสรรค์💡 : จากการแชร์ไอเดีย/ระดมความคิด จะทำให้สมองเกิดการคิดหลากหลายรูปแบบมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นได้
  5. เกิดกระบวนการใหม่ จนเกิดนวัตกรรมใหม่🤖 : เมื่อมีการแชร์ไอเดียกัน มักจะทำให้ค้นพบวิธีใหม่ ๆ จนเกิดเป็นการแก้ปัญหารูปแบบใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมได้นั่นเอง
  6. มีแผนสำรองในการแก้ปัญหา✅ : เวลาที่เรามีไอเดียในการแก้ปัญหามากมาย อาจทำให้บางไอเดียนั้นไม่ถูกเลือก ซึ่งเราก็สามารถนำไอเดียนั้นมาใช้เป็นแผนสำรองในอนาคตได้นะ
  7. องค์กรมีการทำงานอย่างเป็นระบบ👥 : เมื่อเราฝึกคิดอย่างเป็นระบบบ่อย ๆ จะช่วยให้ทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

🧠กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process) 

  1. Empathize เข้าใจปัญหา : ขั้นแรก ต้องทำความเข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้รู้ ‘Pain Point’ ของกลุ่มเป้าหมาย และหาวิธีที่เหมาะสมและดีที่สุดให้ได้❗️ อาจเริ่มจากการตั้งคำถาม ลองสร้างสมมติฐาน กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่ดี ตลอดจนวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน 
  2. Define กำหนดปัญหาให้ชัดเจน : เมื่อทำการวิเคราะห์จนรู้ถึงปัญหาที่ชัดเจนแล้ว ให้นำเอาข้อมูลทั้งหมดมาคัดกรองให้เหลือแต่ ‘ปัญหาที่แท้จริง’🌟 จะทำให้สามารถกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้
  3. Ideate ระดมความคิด : ลองนำเสนอแนวความคิด ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหารูปแบบต่าง ๆ ในหลากหลายมุมมอง ลองคิดออกมาให้ได้มากที่สุด🔥 เพื่อที่จะเป็นฐานข้อมูลในการนำมาประเมินผล แล้วสรุปความคิดที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหานั้นๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ความคิดเดียว แต่อาจผสมผสานหลากหลายความคิดให้ออกมาเป็นแนวทางสุดท้ายที่ชัดเจนก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้มองปัญหาได้อย่างรอบด้าน และหาวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างรอบคอบ
  4. Prototype สร้างต้นแบบที่เลือก : ต้องลงมือปฎิบัติ หรือทดลองทำจริงตามแนวทางที่ได้เลือกมา ตลอดจนสร้างต้นแบบของปฎิบัติการที่ต้องการจะนำไปใช้จริง
  5. Test ทดสอบ : ทดลองนำต้นแบบ หรือข้อสรุปที่จะนำไปใช้จริงมาปฎิบัติก่อน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ ตลอดจนประเมินผล แล้วนำเอาปัญหา หรือข้อดี-ข้อเสียที่เกิดขึ้นมาปรับปรุงแก้ไข ก่อนนำไปใช้จริงอีกครั้ง

😊NEXKY เชื่อว่า ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่า ทำไม “Design Thinking” ถึงเป็นวิธีการคิดที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นในด้านธุรกิจ หรือการบริหารองค์กรแล้ว การคิดแบบ Design Thinking ก็สามารถทำให้ดำเนินการต่าง ๆ ได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น 💥เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้สุดยอดเลยทีเดียว เพื่อน ๆ ก็สามารถนำวิธีนี้ไปปรับใช้กับการทำงานกลุ่มต่าง ๆ ได้เหมือนกันนะ

อ้างอิง

HR NOTE.asia

10 ทักษะจำเป็นที่ต้องมีในปี 2025

🎊 สวัสดีปีใหม่จ้า ก้าวเข้าสู่ปี 2021 แล้ว 🎊

NEXKY ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่น่ารัก มีแต่ความสุข สมหวังทุกประการ ให้เป็นปีที่มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต และที่สำคัญอย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสาร และอัปเดตกิจกรรมดีๆ จาก CU NEX แบบนี้ตลอดไปนะ สาธุ  🙏

และวันนี้ NEXKY ก็ไม่ลืมที่จะนำบทความดีๆ มาอัปเดตให้เพื่อนๆ กัน เพื่อให้เตรียมตัวสำหรับการหางาน/สมัครงาน ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่า ปัจจุบันงานหายากมากขึ้น แถมยังมีหลายๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ส่งผลกระทบต่อหลายๆ ด้าน เพราะฉะนั้นในการทำงาน เรื่องทักษะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าในอนาคตปี 2025 มีทักษะอะไรบ้างที่เราต้องพัฒนาให้มากขึ้น!!

โดยจากการสำรวจของ World Economic Forum พบว่ามีคนทำงานกว่า 50% ที่ยังขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับปี 2025 ซึ่งประกอบด้วยทักษะ 4 กลุ่มด้วยหลักด้วยกันคือ ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ ทักษะด้านคน ทักษะด้านเทคโนโลยี และทักษะการบริหารจัดการตัวเองที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในปีนี้


พูดได้เลยว่าเป็นทักษะหลักๆ ที่สำคัญ เพราะในอนาคตการทำงานจะยิ่งมีความยากและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นโลกยุคใหม่จึงต้องการพนักงานที่มีทักษะการคิดและตัดสินใจที่ดี รวมถึงสามารถคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้ ทักษะเหล่านี้จึงเป็นทักษะที่พนักงานควรมีไม่ว่าจะทำงานอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม


เมื่อองค์กรต้องเจอปัญหา หรือความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่องค์กรคาดหวังคือการที่พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาได้ สามารถจัดการกับอารมณ์ และความกดดัน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง รวมถึงรู้จักปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทักษะเหล่านี้จึงเป็นทักษะที่พนักงานควรพัฒนา และฝึกฝนอยู่เสมอ 


เป็นทักษะที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะในอนาคตโลกจะต้องการผู้นำที่มีอุดมการณ์และเป้าหมายในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า การที่มีผู้นำยุคใหม่จึงต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจ สร้างสังคมการทำงานที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของทีมออกมา


เมื่อองค์กรต้องปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น ทักษะการใช้เทคโนโลยี เครื่องมือดิจิทัลและโปรแกรมใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Data & AI, Cloud Computing, Digital Marketing & E-Commerce, Software Engineering หรือ Product Development นอกจากนี้ทักษะด้านการออกแบบ และเขียนโปรแกรมก็จะยิ่งมีความต้องการมากขึ้นเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม “10 ทักษะจำเป็นที่ต้องมีในปี 2025”

5 วิธีช่วยให้ New Year’s Resolution ปีนี้ ไม่เฟล!

บ๊ายบาย 2020 อันเหนื่อยล้า แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับเจ้า 2021 กันเถอะ! 😁 ช่วงปีใหม่แบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นใหม่ เป็นช่วงที่เราทุกคนเปี่ยมไปด้วยพลังใจ ❤️ จากบรรยากาศดี ๆ การได้อยู่กับคนที่เรารัก และคำอวยพรทั้งหลายที่ทำให้ใจฟู หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนนิยมทำเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองรับปีใหม่คือการสร้างเจ้า “New Year’s Resolution” ‼️

แล้ว New Year’s Resolution เนี่ย มันคืออะไรกันน้า? 🤔


NEXKY อธิบายให้ฟังเอง! พูดง่าย ๆ มันคือเป้าหมายประจำปี 📈 นิยมตั้งในช่วงปีใหม่ ตั้งเป้าหมายสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาหนึ่งปี และพยายามทำให้สำเร็จ

ยกตัวอย่างเป้าหมายยอดฮิต เช่น ปีนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ 🏃‍♀️ จะนอนก่อนเที่ยงคืน หรือ อ่านหนังสือให้ได้ 52 เล่ม 📚 อืม.. ฟังดูยากจัง แถมทำยังไงให้มีวินัย ไม่หมดไฟไปซะก่อน เพราะ 12 เดือนก็ไม่ใช่ระยะเวลาน้อย ๆ เลย 

NEXKY นำ 5 เคล็ดลับดี ๆ มาฝาก จะช่วยให้ New Year resolution ของทุกคนไม่เฟลอีกต่อไป ช่วยสร้างวินัย และนิสัยใหม่ ๆ แถมยังเอาไปปรับใช้กับเป้าหมายอื่นในชีวิตได้ด้วย 🤗

  1. พูดออกมา

สิ่งแรกที่จะช่วยให้ทำสำเร็จคือมีเป้าหมายที่ชัดเจนและแสดงออกมาอย่างตั้งใจ 😄✊🏻 อาจจะเป็นการเขียนให้เห็นชัด ๆ บนโต๊ะอ่านหนังสือ เปลี่ยนวอลเปเปอร์โทรศัพท์ บอกคนใกล้ตัว หรือจะโพสลงแอคหลุมเกี่ยวกับเป้าหมายที่อยากทำในปีนี้ การพูดออกมาเป็นแรงผลักดันที่จะช่วยให้เราไม่หมดไฟ เพราะพูดไปแล้วต้องไม่คืนคำยังไงล่ะ‼️

  1. คุยกับตัวเอง

การคุยกับตัวเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาหมดไฟ 👍 NEXKY แนะนำว่ารีเฟล็กพฤติกรรมเดือนละครั้งกำลังพอดี การคุยกับตัวเองทำให้เรารู้ว่าเราต้องการอะไร เรามาไกลขนาดไหนแล้วจากจุดเริ่มต้น เรามีปัญหาอะไรที่ต้องแก้เพื่อไปต่อ และเราทำดีแค่ไหน อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองเยอะ ๆ ด้วยน้า 🤗

  1. สำคัญที่เป้าหมาย 

เคยได้ยินไหมว่า “หากตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ 🌙 แม้ไปไม่ถึง แต่ก็อยู่ล้อมด้วยดวงดาวมากมาย ” การตั้งเป้าหมายให้ไกลไว้ก่อน ถึงจะทำไม่สำเร็จ แต่ก็เห็นพัฒนาการจากจุดเริ่มต้น NEXKY ขอยกตัวอย่างการตั้งเป้าหมาย ระหว่าง “จะผอมให้ได้เลยปีนี้ vs จะลดน้ำหนักลง 5 กิโล” หากไม่ลงตามเป้า แต่อย่างน้อยคงได้สักสองสามโล แถมมาด้วยสุขภาพที่ดีขึ้นอีกต่างหาก 🏃‍♀️

  1. ลองทำอะไรที่กลัว

ความท้าทายคือเชื้อไฟชั้นดี! ลองออกจากคอมฟอร์ตโซนดูบ้าง ⚠️ ลองทำสิ่งที่ท้าทายกับตัวเอง รับรองเลยว่าสิ้นปีจะขอบคุณตัวเองที่ทำสิ่งสิ่งนี้ลงไปแน่นอน ไม่ว่าจะสำเร็จไม่สำเร็จแต่การได้ลองก็คุ้มค่ามาก ๆ แล้ว เช่น ลองคุยกับคนที่แอบชอบ ถึงไม่ได้ลงเอยกันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้ทำตามเสียงของหัวใจนะ 😽

  1. ให้รางวัลตัวเอง

ข้อนี้ต่อยอดจากการคุยกับตัวเอง เมื่อเรารู้พัฒนาการของเรา เราจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ท้อ ก็หยุดพัก เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเราเก่งมาก ก็อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง 🌻 ไม่ว่าจะเป็นคำพูดดี ๆ อาหารอร่อย ๆ สักมื้อ 🍟🥘 หรือจะช้อปปิ้งให้สบายใจ การให้รางวัลตัวเองทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวก และพร้อมที่จะลุยต่อกับความท้าทายต่าง ๆ ในชีวิต


ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 วิธีที่ช่วยให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ 📈นอกจากจะใช้กับ New Year’s Resolution แล้ว เป้าหมายอื่น ๆ ในชีวิตไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาว ก็สามารถนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกันนะ NEXKY อยากช่วยให้ทุกคนเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด💖

Shopping สบาย ๆ สไตล์ New Normal

😷ช่วง Covid-19 ระบาดระลอกใหม่แบบนี้ เพื่อน ๆ คงจะไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกกันใช่ไหม อยู่ในบ้านนาน ๆ จนเริ่มเบื่อ 🥱 เริ่มอยากหาอะไรทำกันแล้วใช่ไหม หลายคนคงอยากออกไปชอปปิงซื้อของแต่ก็ทำไม่ได้ 

NEXKY ก็มีทางเลือกใหม่สไตล์ New Normal มาฝากเพื่อน ๆ นั่นก็คือ “ 🛍การชอปปิงออนไลน์สบาย ๆ ไปกับ YouTrip ” หลายคนน่าจะยังไม่รู้จักว่า YouTrip คืออะไร? NEXKY จะอธิบายให้ฟังง่ายๆ เลย 


YouTrip💜 ก็คือ Travel Wallet ที่สามารถใช้งานได้ทั่วโลกครอบคลุมกว่า 150 สกุลเงิน💰 สามารถแลกเงินล่วงหน้าได้ถึง 10 สกุลเงินโดยมีเรทอัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าที่อื่นหลายเท่า 

ที่พิเศษคือ สมัครฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม แถมไม่มีค่าความเสี่ยงสกุลเงินอีกด้วย👍 ถึงตอนนี้เพื่อน ๆ จะบินไปชอปฯที่ต่างประเทศไม่ได้ แต่ก็สามารถชอปปิงสินค้าออนไลน์ได้ในราคาถูกกว่าด้วยบัตร YouTrip 🥰 ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดไหน เราก็สั่งซื้อได้ง่ายสุด ๆ 

🍳สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องครัวเก๋ ๆ ไว้ทำกับข้าวที่บ้านแต่ยังไม่รู้จะซื้ออะไรดี NEXKY ขอแนะนำเครื่อง Breakfast Machine และกระทะทำทาโกะยากิสุดน่ารัก ดูคลิป unboxing📦 ได้ตามด้านล่างเลย

👕เพื่อน ๆ สายแฟฯคนไหนสนใจเสื้อผ้าและไอเทมแฟชั่นสุดคูล import จากต่างประเทศ NEXKY ก็มีสินค้าเจ๋ง ๆ ที่สั่งด้วย YouTrip มา unbox ให้ดูด้วย👀

บอกเลยว่า YouTrip สามารถใช้ซื้อสินค้าได้หลายอย่างมาก ๆ ทั้งเครื่องสำอางค์💄 ของใช้ หรือเสื้อผ้า🧢 ใครที่กำลังอยากละลายทรัพย์ต้องลองดูคลิปนี้ รับรองว่าต้องมีของที่ได้เอาไปใส่ใน wish list แน่ ๆ


🔥 ของดีแบบนี้อย่ารอช้า! รีบกดสมัคร YouTrip เปิดโลกการชอปปิงสไตล์ New Normal ไปกับ NEXKY กันเถอะ

#YouTripUnboxingTheSeries #YouTripXCUNEX #YouTripTH

New Year New You🌈 8 วิธีเปลี่ยนตัวเองต้อนรับปีใหม่

🌠ปีใหม่มาเยือนอีกแล้ว! NEXKY เชื่อว่าต้องมีหลาย ๆ คนไม่มากก็น้อย ที่เคยตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะหมดปีที่แล้วแน่ ๆ ⏳ แต่การจะทำให้เป้าหมายสำเร็จลุล่วง ก่อนที่เราจะหมดใจสู้และล้มเลิกไปนั้นไม่ง่ายเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้ NEXKY เลยมาแชร์ 8 ขั้นตอนที่จะช่วยให้เป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองของทุกคน ยั่งยืน และสำเร็จได้แบบไม่ยากเกินเอื้อม


  1. ตั้งเป้าหมาย📍 – เป้าหมายถือว่าสำคัญมากสำหรับการสร้างนิสัยใหม่ เพราะเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ขอให้นึกถึงเป้าหมายในปีนี้ให้ชัดเจน ชัดเจนขนาดที่ว่า เราเองสามารถมองเห็นภาพของตัวเองที่ประสบความสำเร็จในการทำสิ่งนั้นได้เลย🧐 และอย่าลืมว่า เป้าหมายคือผลลัพท์ที่เกิดจากนิสัยที่เราสร้างขึ้น แต่ไม่ใช่ตัวนิสัยเอง ดังนั้นขอให้นึกถึงเป้าหมายในแง่ของ “ผลลัพธ์ที่เราต้องการ”  มากกว่าที่จะนึกในแง่ของพฤติกรรม
  1. มองหานิสัยที่ใช่✅ – เมื่อเราได้เป้าหมายแล้ว ให้ทุกคนลองคิดต่อว่านิสัยแบบไหน จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ 💡 ซึ่งในหนึ่งเป้าหมาย  อาจมีนิสัยหลายอย่างที่มีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมาย เช่น ถ้าต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น นิสัยที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายคือ นิสัยการออกกำลังกาย การกิน การนอน เป็นต้น ดังนั้น ให้ลองเขียนรายการของนิสัยที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายนั้นๆให้ได้มากที่สุด
  1. เริ่มต้นทีละอย่าง1️⃣ – นิสัยที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายของเราได้อาจมีหลายอย่าง แต่ให้เราเลือกนิสัยที่เริ่มต้นลงมือทำได้ง่ายที่สุดก่อนเพียงอย่างเดียว 😚 โดยพิจารณาจากวิถีชีวิตของเราเอง เช่น ถ้านิสัยการออกกำลังกายทำได้ง่ายกว่าการนอน ก็เลือกพัฒนานิสัยนั้นก่อน เมื่อมันเริ่มอยู่ตัว ก็ค่อย ๆ เริ่มนิสัยถัดไป เพราะการเริ่มสร้างนิสัยทีละหลาย ๆ อย่างมักจะลงเลยที่ความล้มเหลว
  1. เริ่มทำทีละน้อย♻️ – การพัฒนานิสัยต้องทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ  ไม่ใช่การพยายามทำอย่างหนักเพียงครั้งเดียวแล้วจบ ดังนั้น เราจึงควรทำพฤติกรรมใหม่ทีละน้อย แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับขึ้นไป เช่น หากจะสร้างนิสัยในการออกกำลังกายในช่วงแรก เราให้เวลากับการออกกำลังกาย 5-10 นาทีก่อน ⏱ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน วันละน้อย ๆ เพราะนิสัยคือการทำซ้ำ ไม่ใช่การทุ่มความพยายามในครั้งเดียว
  1. หาสิ่งที่ย้ำเตือนไม่ให้ลืม🛎 – นิสัยคือการเชื่อมโยง “พฤติกรรม” เข้ากับ “สิ่งเร้า” รอบตัว เหมือนการย้ำเตือนให้เราแสดงพฤติกรรม สิ่งย้ำเตือนที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ “การกระทำก่อนหน้า” และ “เวลาที่แน่นอน” เช่น ถ้าเราออกกำลังกายด้วยการซิทอัพ 10 ครั้ง เราอาจย้ำเตือนด้วยการกระทำก่อนหน้า เช่น การตื่นเช้า หรือเลือกสิ่งย้ำเตือนเป็นเวลาใดเวลาหนึ่งของวัน เช่น 6 โมงเย็น ซึ่งไม่ว่าจะเลือกสิ่งเร้าไหน เราก็จะต้องซิทอัพ 10 ครั้งทันที⚠️
  1. ให้รางวัลตัวเอง🏆 – ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำพฤติกรรมได้ตามที่ตั้งใจไว้ การให้รางวัลตัวเองจะมีส่วนช่วยให้พฤติกรรมแปรเปลี่ยนเป็นนิสัยได้ง่ายขึ้น เพราะเราเชื่อมโยงพฤติกรรมใหม่กับความรู้สึกบวกจากการได้รางวัล เช่น เล่นเฟซบุ๊กหลังออกกำลังกายเสร็จ🎮
  1. คงความต่อเนื่อง🧩 – ทำอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นไปได้ทำให้เป็นประจำทุกวัน เริ่มทีละน้อย ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นชิน เช่น การเริ่มต้นจากซิทอัพวันละ 10 ครั้ง อาทิตย์ต่อมาก็เพิ่มเป็น 12 ครั้ง 🔝 และค่อย ๆ เพิ่มถ้ารู้สึกคุ้นชินแล้ว เพราะหัวใจสำคัญของการสร้างนิสัยคือ “ความต่อเนื่อง” ไม่ใช่ “ปริมาณ”

หัวใจสำคัญของการสร้างนิสัยคือ “ความต่อเนื่อง” ไม่ใช่ “ปริมาณ”

  1. เริ่มต้นใหม่💎 – ความผิดพลาดในการสร้างนิสัยอาจเกิดขึ้นได้ ในบางวันที่เราหลงลืมที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจ หรือเกิดความจำเป็นที่ไม่สามารถทำได้ แต่อย่าปล่อยให้การสร้างนิสัยขาดช่วงนาน เพราะจะทำให้การเปลี่ยนนิสัยนั้นไม่ยั่งยืนและล้มเลิกไปในที่สุด😞 ขอให้ทุกคนรีบกลับมาทำพฤติกรรมที่ตั้งใจไว้ให้เร็วที่สุด ขอให้จำไว้ว่าเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ👣

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับขั้นตอนทั้งหมดที่วันนี้ NEXKY นำมาฝาก🥰 หวังว่าปีใหม่ปีนี้จะเป็นปีใหม่ที่ดีสำหรับทุกคนเลยนะ ขอให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้อย่างที่ตั้งใจไว้นะ💘

มาทำความรู้จัก Studygram📚 กันเถอะ!

เพื่อน ๆ เคยเล่นอินสตาแกรมอยู่แล้วบังเอิญเห็นรูปโต๊ะอ่านหนังสือสวย ๆ ลายมือการจดเลคเชอร์ที่เป็นระเบียบ เด้งขึ้นมาในหน้า explore กันบ้างไหม ซึ่ง account ที่ลงรูปแนวนี้ มีชื่อเรียกว่า “studygram📚” นั่นเอง! วันนี้ NEXKY เลยจะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ หายสงสัยว่า studygram คืออะไร แล้วมีประโยชน์อย่างไร ทำไมเขาถึงทำกัน😚


📌Studygram คือ การสร้าง account ใน Instagram ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเหมือน Diary ที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียน การอ่านหนังสือ หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวันของตัวเอง📆 โดยจะเป็นการถ่ายรูปหนังสือที่อ่าน การบ้านที่ทำ หรือกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนก็ได้ เช่น การไปค่ายพัฒนาตนเอง การเข้าร่วมงาน Open House เป็นต้น✨

👍ประโยชน์ของ Studygram ก็มีมากมายเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น

  1. ฝึกการมีระเบียบวินัย⏰ : คนที่ตั้งใจทำ Studygram จริง ๆ จะต้องตั้งใจอ่านหนังสือแล้วมาอัปเดตการเรียนของตัวเองในทุก ๆ วัน ดังนั้นจะเหมือนเป็นการฝึกตัวเองให้ต้องมีระเบียบวินัย แบ่งเวลามาอ่านหนังสือให้ได้ทุกวันนั่นเอง
  2. เห็นความคืบหน้าของตัวเอง📈 : การอัปเดตการเรียนทุกวัน จะทำให้เราเห็นความก้าวหน้าว่าอ่านไปเท่าไหนแล้ว เหลืออีกกี่วิชา เหลืออีกกี่บทที่ยังอ่านไม่จบ ช่วยให้สามารถบริหารจัดการเวลาที่เหลืออยู่ก่อนสอบให้ดีได้
  3. เป็นการเพิ่ม connection👥 : การทำ Studygram จะช่วยให้ได้รู้จักผู้คนที่หลากหลาย ได้พูดคุยกับคนใหม่ ๆ ต่างคณะ ต่างมหาวิทยาลัยกัน แต่ชอบอะไรเหมือนกัน เช่น ชอบอ่านหนังสือ ชอบทำสรุป เป็นต้น
  4. เป็นแรงบันดาลใจ❤️ : สำหรับเพื่อน ๆ ที่หมดไฟในการเรียนบ่อย ๆ ลองเข้าไปส่อง Studygram กันดูได้ อาจจะเลือกเป็น Studygram ที่เรียนคณะเดียวกัน เพื่อน ๆ จะได้เห็นว่าเขามีวิธีอ่านหนังสืออย่างไร จดสรุปแนวไหน แล้วก็นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือของตัวเอง NEXKY เชื่อว่า Studygram จะเป็นตัวช่วยจุดไฟในการเรียนให้เพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอน!

Studygram จะเป็นตัวช่วยจุดไฟในการเรียนให้เพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอน!


สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่รู้จะเริ่มทำ Studygram อย่างไร🤔 วันนี้ NEXKY มีตัวอย่างมาให้ดูด้วย เป็น Studygram ของเพื่อน ๆ จากคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยของเรา ที่มีการจัดโต๊ะสวยงาม และทำสรุปออกมาได้น่าอ่านมาก ๆ 📝

คณะแพทยศาสตร์
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
คณะอักษรศาสตร์
คณะนิติศาสตร์

สุดท้ายนี้ NEXKY ก็หวังว่า Content นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ ที่อยากเริ่มทำแต่ยังลังเลอยู่ได้ลงมือเปิด Studygram ต้อนรับปีใหม่กันสักทีนะ🎉

สดใสรับปีใหม่ไปกับ New year playlist 🎶

สวัสดีปีใหม่นะทุกคน 🥳 ขอให้ปี 2021 เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ นอกจากคำอวยพรที่อยากบอกทุก ๆ คนแล้ว NEXKY มีของขวัญปีใหม่มาฝากด้วยล่ะ คือ New year playlist ที่ NEXKY รวบรวมมาให้นั่นเอง 🎊💃🕺 อยากให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่อย่างหัวใจชุ่มฉ่ำด้วยเพลงเพราะ ๆ บรรยากาศดี ๆ เหมาะกับการฟังในช่วงเวลานี้เป็นที่สุด


  1. Thank you, next

เพลงสุดปังฮิตติดชาร์ทของ Ariana Grande เพลงสนุก ๆ จังหวะโดนใจ แม้จะเป็นเพลงบอกเลิกเหล่าแฟน ๆ ทั้งหลาย ปีใหม่คนใหม่🤔 แต่ความหมายก็คล้าย ๆ กับช่วงสิ้นปีแบบนี้เลย บอกลา ความหลัง ความทรงจำแย่ ๆ แล้วพร้อมไปเริ่มต้นใหม่กับสิ่งดี ๆ ที่รอเราอยู่ Thank you 2020 👋, Next 2021 😉

  1. 24K Magic

ผลงานเพลงดังจาก Bruno Mars เพลงนี้เป็น A must song 💥 ในปาร์ตี้ปีใหม่ของทุกคนเลยก็ว่าได้ เพลงเพราะ สนุก ทุกคนร้องตามได้ โยกตัวเต้นไปตามจังหวะก็สุดมันส์ 🕺 เป็นเพลงที่ให้บรรยากาศสนุกสนานมาก ๆ ถือว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว

  1. Stayin’ alive

เพลงที่ทุกคนต้องเคยได้ยิน ถึงจะเก่าหน่อย แต่ความสนุกเต็มร้อยเป็นอมตะ 😎 หนึ่งในเพลงยอดฮิตตลอดกาลของ Bee gees วงในตำนานแห่งยุคดิสโก้ 💿 💃 เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และเนื้อหาเพลงก็ positive เหมาะกับการเปิดในช่วงปีใหม่มาก ๆ

  1. คืนข้ามปี 

แค่ชื่อเพลงก็บอกแล้วว่าเป็น “คืนข้ามปี” 🎇 โดยนักร้องสาว ดา เอนโดรฟิน เป็นเพลงอมตะในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไม่ว่ากี่ปีก็ต้องได้ยินเพลงนี้เปิดวนไป NEXKY เองก็อยากร้องออกมาดัง ๆ อยากมีคนพิเศษ อยู่ในคืนพิเศษ~ 🥲

  1. New year’s day

อีกหนึ่งเพลงเพราะ ด้วยเมโลดี้หวาน ๆ และเสียงเปียโนนุ่มนวล ฟังสบาย มาพร้อมความหมายเพลงสุดโรแมนติก ❤️ ประมาณว่า ใครที่คุณจูบตอนช่วงเวลาข้ามปี ไม่ได้สำคัญเท่าคนที่ยังอยู่กับคุณในวันถัดมา คนที่ช่วยคุณเก็บกวาดปาร์ตี้ และพร้อมจะเริ่มปีใหม่ไปด้วยกัน 👩‍❤️‍💋‍👨 ขึ้นชื่อว่า Taylor Swift แล้ว ไม่มีผิดหวังจริง ๆ