เปิดเคล็ดลับ ฉบับ หา“เพื่อนใหม่”👭ต่างคณะ

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์อันแสนสดใส ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ Item รูปหัวใจ ไม่ก็ของน่ารัก ๆ สีชมพูเต็มไปหมด🥰 สมกับเป็นเดือนแห่งความรักสุด ๆ แต่ความรักก็ไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบของการคบกันเป็นแฟนเท่านั้นนะ จะเป็นความรักแบบเพื่อนก็ได้เหมือนกัน วันนี้ NEXKY เลยมาพร้อมกับวิธีการหา “เพื่อน” ต่างคณะ👭 มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน รับรองว่า จะช่วยให้เพื่อน ๆ มีคนไปเที่ยวด้วย ไม่ต้องอยู่อย่างเหงา ๆ อีกต่อไป! 


1. สมัครชมรม📝

     ถ้าอยากมีเพื่อนต่างคณะ “การเข้าชมรม” เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ช่วยหาเพื่อนต่างคณะได้เป็นอย่างดีเลยนะ ไม่ใช่แค่ชมรมของทางคณะ แต่ชมรมของทางมหาวิทยาลัย ก็เป็นแหล่งการมาเจอกันของเด็กต่างคณะเลยแหละ😊 ไม่ว่าจะเป็นชมรมกีฬา ศิลปวัฒนธรรม หรือฝ่ายพัฒน์ สมาชิกในชมรมที่ทำงานร่วมกัน ก็จะสนิทกันมากขึ้น และอาจพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์แบบอื่นก็ได้นะ!

 2. ชวนกันไปเล่นกีฬา🏸

     เพื่อน ๆ คนไหน ที่เป็นสายดูแลสุขภาพ NEXKY แนะนำว่า การชวนกันไป “เล่นกีฬาหลังเลิกเรียน” ก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย✨ ช่วงหลัง 4 โมงเย็น ศูนย์กีฬาจะเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตเลยล่ะ! ไม่ว่าจะตีแบต ว่ายน้ำ ต่อยมวย วิ่งที่สวนร้อยปี หรือชวนกันไปเล่นโยคะ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้ตามสะดวกเลย ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้ง “เพื่อน” แบบนี้ NEXKY บอกเลยว่าไม่ควรพลาด💢

3. เรียนวิชานอกคณะ✍️

     สำหรับบางวิชา จะมีการเรียนวิชารวมกันของหลาย ๆ คณะ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการหาเพื่อนต่างคณะ แต่เพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่มีวิชาเรียนรวม ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะจุฬาฯ มีวิชาที่เรียกว่า “GenEd” นั่นเอง🥳 เพื่อน ๆ หลายคนอาจขี้เกียจเรียน GenEd เพราะไม่ใช่วิชาประจำคณะตัวเอง แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เราต้องได้ “เพื่อน” จากวิชาเหล่านี้กลับมาบ้างแน่นอน

4.ให้เพื่อนช่วย🙋‍♂️

     แน่นอนว่า คนเราไม่ได้มีเพื่อนเพียงแค่คนเดียว และเพื่อนของเราก็ไม่ได้มีเราเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเช่นกัน การให้เพื่อนช่วยเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ💓 (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนที่อยู่ต่างคณะ) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลนะ! ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน เพื่อนที่อยู่คณะเดียวกัน หรือเพื่อนที่สนิทกันห่าง ๆ ถ้าเรามีคนรู้จักร่วมกันแล้ว การจะสนิทกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก NEXKY รู้ NEXKY เคยลองมาแล้ว!

5. ชวนกันไปอ่านหนังสือ📖

             สำหรับสายเรียน ใครที่อยากได้ “เพื่อน” แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาอ่านหนังสือ เพื่อนก็สำคัญ แต่การเรียนก็จะเทไม่ได้🔥 NEXKY แนะนำว่า ชวนกันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเนี่ยแหละง่ายที่สุด! นอกจากจะไม่เสียการเรียนแล้ว ยังได้นั่งอ่านหนังสือด้วยกันอีก ไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้ “เพื่อน” ช่วยสอน อ่านหนังสือจนดึก ก็ชวนกันไปกินข้าวเพิ่มพลัง🍜 เพิ่มความสนิทขึ้นไปอีก ไม่มีวิธีไหนเลิศไปกว่านี้แล้วทุกคน!


🙌เป็นอย่างไรกันบ้างทุกคน NEXKY หวังว่า วิธีที่นำมาฝาก จะเป็นช่วยในการหา “เพื่อน” ให้กับทุกคนได้ และขอให้เพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนมีความสุขในเดือนกุมภาพันธ์นี้นะ💕 ส่วนวิธีที่ NEXKY นำมาฝากนั้น ได้ผลแค่ไหน อย่าลืมเอามาแชร์ให้ NEXKY รู้ด้วยนะ!

“ลอง Check” เราเป็น FOMO หรือ JOMO❓

ในชีวิตประจำวันที่มีเรื่องราวต่าง ๆ มีกระเเสมากมายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทุกคนเคยมีโมเมนต์ เรียน ๆ อยู่ก็จะจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น นั่ง ๆ อยู่ก็อยากรู้ว่าตอนนี้คนนั้นกำลังทำอะไรอยู่น้า 💭หรือ “คนอื่นมี ฉันก็ต้องมี” บ้างไหม? 

คราวนี้ NEXKY จะพาทุกคนมา “ลอง Check” พฤติกรรมซ่อนเร้น ที่ตัวคุณเองก็ไม่อาจรู้ ทุกคนอยู่ในกลุ่มของ FOMO หรือ JOMO กันเเน่ 🤔 แล้วมีพฤติกรรมอย่างไรนะ มาดูกันเลย!


ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ FOMO กันก่อน!

FOMO (Fear of Missing Out) หรือพฤติกรรมที่กลัวว่าเราจะพลาดบางสิ่งบางอย่างไป พูดง่าย ๆ ก็คือ “กลัวตกกระเเส” นั่นเอง 😣 เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพวกเรามากยิ่งขึ้น เพราะเราเริ่มเสพสื่อโชเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งวิธีสังเกตุว่าตัวเองนั้นเป็น FOMO หรือเปล่าก็คือ 

  • ติดโทรศัพท์มือถือ 📱 วางห่างตัวเป็นไม่ได้ อะไรเด้ง ๆ จำเป็นต้องดู 
  • ชอบเสพสื่อโชเชียลตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรอบข้าง หรือโลกออนไลน์ไม่ทัน 
  • คนส่วนมากเขาทำอะไรกัน ฉันก็ต้องทำตาม เพราะกลัวที่จะเเตกต่าง จนบางทีก็ไม่ได้มองว่ามันสำคัญหรือจำเป็นกับตัวเองหรือเปล่า 🏃‍♀️
  • รู้สึกแย่เวลาเพื่อน ๆ กำลังทำอะไรที่สนุก ๆ โดยไม่ได้ชวนเรา 
  • เวลาไปเที่ยวหรือกำลังทำอะไร ก็จะอัปเดตเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ 🤳

ซึ่งถ้าใครที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรหาวิธีดูเเลตัวเองด่วน ซึ่ง NEXKY มาพร้อมกับคำแนะนำอยู่ 1 ข้อนั่นก็คือ การลองไปใช้ชีวิตในแบบ “JOMO”


แล้ว JOMO คืออะไร ต่างจาก FOMO ยังไงนะ❓

JOMO (Joy of Missing Out) เป็นพฤติกรรมตรงข้ามของ FOMO ซึ่งก็คือ การที่ไม่กลัวว่าจะตกกระเเส การมีความสุขที่ไม่ได้อยู่บนโลกออนไลน์ 😎 ซึ่งการที่จะเปลี่ยนตัวเองจาก FOMO มาเป็น JOMO ก็มีวิธีหนึ่ง ที่เรียกว่า “การทำ Digtal Detox” 

    ✅ ซึ่งการทำ Digital Detox มีหลักการง่าย ๆ 3 อย่าง คือ

  1. บนโลกออนไลน์มีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา เเต่ในขณะที่เราก็มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม ดังนั้น เราควรที่จะพักชีวิตในโลกออนไลน์ไว้บ้าง ❌📱 เเล้วหันมาใช้ชีวิตบนโลกจริงให้มากขึ้น
  1. ลองเอาโทรศัพท์ไว้ห่างจากตัว ลองปิดการเเจ้งเตือน 🔕 เพื่อลดการกระตุ้นที่อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะสามารถโฟกัสกับการทำงาน การทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม
  1. ลองจำกัดเวลา และจำกัดพื้นที่ในการใช้โทรศัพท์ เช่น การจะไม่ใช้โทรศัพท์บนโต๊ะอาหาร หรือการไม่ใช้โทรศัพท์หลังเวลา 3 ทุ่ม 🚫

ทุกคนสามารถลองทำ Digital Detox ง่าย ๆ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง 🧍‍♀️🧍 🧍‍♂️ถึงเเม้ว่าในทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ไม่อาจปฏิเสธโซเชียลมีเดียได้ เเต่ทุกอย่างย่อมมีทั้งด้านดี และด้านเสีย ดังนั้น การที่เราเสพติดในโซเชียลมีเดียมากเกินไป ก็ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพเเละจิตใจ 😔


เป็นอย่างไรกันบ้างกับ “ลอง Check” พฤติกรรม FOMO และ JOMO ของ NEXKY ในวันนี้ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นคนเราสามารถเป็นได้ทั้ง FOMO และ JOMO 😊 แต่อยู่ที่เราจะสามารถทำให้สองสิ่งนี้สมดุลกับการใช้ชีวิตได้อย่างไร และที่สำคัญ “จงเป็นตัวเอง” 👍

จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร “วัยรุ่น”

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 😣 NEXKY เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงรู้สึกถึงอาการเหนื่อยใช่ไหมล่ะ! ที่สำคัญเพื่อน ๆ ที่ใกล้จะเรียนจบก็มักจะเจอกับคำถามในหัวว่า ‘เรียนต่อดีหรือทำงานเลย’

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานเลย! วันนี้ NEXKY มีบทความดี ๆ มาฝาก “จบใหม่ไปทำงานประจำต้องทำอย่างไร” เนื้อหาจะเป็นอย่างไร กดอ่านได้ทั้งบทความหรือรูปตามด้านล่างได้เลย 👇


5 วิธี มีฟอนต์ลายมือเป็นของตัวเอง

ทุกคนเคยคิดที่อยากจะนำลายมือของตัวเองมาสร้างเป็นฟอนต์กันบ้างไหม❓ วันนี้ NEXKY จะมาสอนวิธีทำฟอนต์ลายมือง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ แถมยังทำได้ฟรีอีกด้วย ดีขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว มาดูวิธีกันเลยดีกว่า!


1. เริ่มจากเข้าไปที่เว็บไซต์ www.calligraphr.com แล้วกดคำว่า ‘Get started free’ เพื่อทำการสมัครสมาชิกแบบฟรีกันก่อนเลย หลังจากที่เพื่อน ๆ ทำการกรอกรายละเอียดลงทะเบียนเรียบร้อยหมดแล้ว ก็สามารถกด Log in เข้าเว็บไซต์ได้เลยจ้า👏

2. ให้เพื่อน ๆ กดเลือกคำว่า Templates ที่อยู่ตรงมุมซ้ายบน เพื่อดาวน์โหลดเทมเพลตมาเขียนได้เลย มีหลากหลายภาษาให้เลือก ใครถนัดภาษาไหนก็เลือกตามใจชอบได้เลย 💞

3. เมื่อได้เทมเพลตภาษาที่ต้องการเเล้ว กดดาวน์โหลดเทมเพลตตรงปุ่ม ‘Download’ โดยจะมีให้เลือกระหว่างไฟล์ PDF และ PNG ซึ่งเทมเพลตจะมาในรูปแบบของช่องตาราง ที่ให้เพื่อน ๆ เขียนตัวอักษรเวอร์ชันของเพื่อน ๆ ลงไปในช่องว่าง 🖍 หากใช้ไอแพดเขียนก็สะดวกสุด ๆ  หรือ จะพิมพ์ไฟล์ออกมาเป็นกระดาษ เขียนด้วยปากกา และสแกนกลับเข้าไปเป็นไฟล์ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน☺️

4. หลังจากเขียนตัวหนังสือของเพื่อน ๆ ลงเทมเพลตเรียบร้อยเเล้ว ให้กลับมาที่เว็บไซต์ Calligraphr แล้วเลือกคำว่า ‘My fonts’ แล้วเลือก ‘Upload Template’ ไฟล์ที่เราได้เขียนลายมือเอาไว้ ✅

5. หลักจากนั้นเว็บไซต์จะแสดงฟอนต์ลายมือของเราออกมา โดยในขั้นตอนนี้สามารถปรับขนาดฟอนต์ ได้ตามใจชอบได้เลย หลังจากนั้นให้กด ‘ADD CHARACTERS TO YOUR FONT‘ จากนั้นเลือก ‘Build Font‘ ตั้งชื่อฟอนต์ เเล้วกด ‘BUILD‘ ได้เลย🧩

แค่นี้ก็ดาวน์โหลดออกมาใช้งานได้แล้ว ง่ายมาก ๆ เลย โดยฟอนต์จะถูกสร้างออกมาเป็นไฟล์สองสกุลด้วยกัน (.ttf และ .otf) ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกดาวน์โหลดได้ทั้งสองแบบเลย 😚


เท่านี้เพื่อน ๆ ก็สามารถสร้างฟอนต์เป็นของตัวเองได้แล้ว NEXKY บอกเลยว่าแค่ 5 ขั้นตอนเท่านั้น ง่ายสุด ๆ 🍌แถมสร้างฟอนต์ได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจ features อื่น ๆ จาก www.calligraphr.com ที่ premium ขึ้นไปอีก ก็สามารถใช้แบบเสียค่าบริการได้เหมือนกัน✨

อ้างอิง